ข้ามไปที่เนื้อหา
Youshouldautomatethat youshouldautomatethat
Unitree G1 humanoid robot (real product photo)
news

Figure AI: Figure 03 BotQ ผลิต 1 ตัว/ชม. หุ่นยนต์แซงพนักงาน ผลต่อไทย 2026

20 มิ.ย. 2026 CEO Brett Adcock ยืนยันบน X หุ่นยนต์ Figure 03 แซงพนักงานที่ Figure AI แล้ว BotQ ผลิต 350+ ตัว อัตรา 1/ชม. — BMW 30,000 คันพิสูจน์แล้ว ผลต่อโรงงานไทย

โดย Pongsiri Trivittayasil · ·8 นาที
#figure-ai#humanoid#production#logistics#manufacturing

TL;DR — เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2026 CEO Brett Adcock ของ Figure AI ประกาศผ่าน X ว่า “หุ่นยนต์ตอนนี้มีจำนวนมากกว่าพนักงานที่ Figure แล้ว” — นับเป็นครั้งแรกที่บริษัทเทคโนโลยีระดับนี้ยืนยันข้อเท็จจริงดังกล่าวต่อสาธารณะ โรงงาน BotQ ผลิต Figure 03 ในอัตรา 1 ตัวต่อชั่วโมง เพิ่มขึ้น 24 เท่าจากจุดเริ่มต้นใน 4 เดือน ขณะที่ BMW Spartanburg พิสูจน์ว่าหุ่นยนต์ Figure มีส่วนร่วมในการผลิตรถยนต์กว่า 30,000 คันในการทดสอบเชิงพาณิชย์ครั้งแรก — สัญญาณที่โรงงานและคลังสินค้าไทยต้องนำมาอยู่ใน roadmap 2027–2028


ทำไมมิลสโตน “หุ่นยนต์ > พนักงาน” ถึงสำคัญสำหรับธุรกิจไทย

ในอดีตที่ผ่านมา ประโยค “หุ่นยนต์แทนที่คน” มักถูกมองว่าเป็นเรื่องของอนาคตอันไกล แต่เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2026 Figure AI เปลี่ยนบทสนทนานั้นจากทฤษฎีสู่ความเป็นจริง เมื่อ CEO Brett Adcock โพสต์บน X ว่า robots now outnumber humans at Figure — ตามการรายงานของ Newskarnataka เมื่อ 21 มิถุนายน 2026 นับเป็นครั้งแรกที่บริษัทเทคโนโลยีระดับมีนัยสำคัญประกาศอย่างเปิดเผยว่า fleet หุ่นยนต์ของตนข้ามแนวโน้มพนักงานมนุษย์แล้ว

สำหรับโรงงานและคลังสินค้าไทยที่ยังอยู่ในระยะ “wait and see” กับฮิวแมนนอยด์ มิลสโตนนี้ส่งสัญญาณสำคัญสามข้อที่ต้องพิจารณา

ข้อที่ 1: Proof of production scale จริง การที่บริษัทผลิตหุ่นยนต์ได้มากกว่าจำนวนพนักงานหมายความว่าเทคโนโลยีออกจากโหมด “ทดลอง” แล้วและเข้าสู่ขั้น “ผลิตจริงในระดับ commercial” นั่นคือ supply chain, quality control และ manufacturing process ทำงานได้ในระดับที่เชื่อถือได้สำหรับลูกค้าระดับ enterprise

ข้อที่ 2: ต้นทุนต่อหน่วยมีแนวโน้มลดลง ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์และประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ชี้ตรงกันว่า เมื่อ production volume เพิ่มขึ้น ต้นทุนต่อหน่วยลด ราคา Figure 03 ในปัจจุบัน (นักวิเคราะห์ประเมินที่ USD 90,000–250,000 หรือราว ฿3.3–9.3 ล้าน) จะมีแนวโน้มปรับลงตาม volume ที่เพิ่มขึ้น แม้จะยังไม่สามารถระบุ timeline ที่ชัดเจนได้

ข้อที่ 3: Ecosystem กำลังขยายตัว เมื่อ Figure ผลิตได้มาก บริษัทจะมี resource มากพอสำหรับขยายตลาดไปยังภูมิภาคใหม่ รวมถึง Southeast Asia ซึ่งมีนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่อย่าง EEC ของไทย


Timeline 4 เดือน: จาก 1 ตัว/วัน สู่ 1 ตัว/ชั่วโมง

นับตั้งแต่ช่วงต้นปี 2026 ที่ BotQ เริ่มผลิต Figure 03 ในอัตราประมาณ 1 ตัวต่อวัน จนถึง Q2 2026 อัตราการผลิตเร่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ตามที่ Figure AI ระบุในรายงานอย่างเป็นทางการ ทีมฮาร์ดแวร์และ manufacturing ส่งมอบ Figure 03 ได้กว่า 350 ตัว พร้อมกับการเพิ่ม throughput เป็น 24 เท่าในไม่ถึง 4 เดือน ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าทึ่งสำหรับผลิตภัณฑ์ที่มีความซับซ้อนระดับนี้

ตาราง timeline การ ramp up ที่ Figure AI เปิดเผย:

ช่วงเวลาอัตราการผลิตหมายเหตุ
ต้นปี 2026ประมาณ 1 ตัว/วันเริ่ม ramp-up ที่ BotQ
Q2 20261 ตัว/ชั่วโมง24x improvement ใน <120 วัน
สิ้น Q2 2026350+ ตัว (รวมทั้งหมด)Cumulative deliveries

ถ้า BotQ รักษาอัตรา 1 ตัว/ชั่วโมงและทำงานครบทุกกะอย่างต่อเนื่อง ทฤษฎีให้ผลประมาณ 720 ตัวต่อเดือน — หรือประมาณ 8,640 ตัวต่อปี แต่ในทางปฏิบัติจะน้อยกว่านั้นเนื่องจากการบำรุงรักษา, การเปลี่ยนชิ้นส่วน และ quality checks อย่างไรก็ตาม แม้แต่ประมาณ 50% ของทฤษฎีก็ยังหมายความว่า Figure AI จะมี supply มากกว่าที่ตลาด enterprise ปัจจุบันต้องการ ซึ่งจะเอื้อต่อการขยายตลาดในอนาคต


BotQ: โรงงานผลิตหุ่นยนต์ที่ไม่เหมือนโรงงานทั่วไป

BotQ คือโรงงานผลิตฮิวแมนนอยด์เฉพาะทางที่ Figure AI สร้างขึ้นเพื่อรองรับ high-volume manufacturing โดยเฉพาะ แนวคิดเบื้องหลัง BotQ คือการนำหุ่นยนต์มาใช้ในกระบวนการผลิตหุ่นยนต์เอง (robots building robots) — ทีมงาน Figure ใช้ระบบอัตโนมัติภายในโรงงานเพื่อเร่งสายการผลิต Figure 03

ความน่าสนใจของโมเดลนี้สำหรับนักลงทุนและผู้ซื้อในอุตสาหกรรม:

  • Self-improving capacity: เมื่อสายผลิตดีขึ้น ต้นทุนต่อหน่วยลดลงโดยอัตโนมัติ
  • Quality consistency: ระบบอัตโนมัติลด human error ในสายผลิตที่ต้องการความแม่นยำสูง
  • Scale signal: BotQ กำลัง prove ว่าการผลิตฮิวแมนนอยด์ไม่ใช่ “artisan craft” อีกต่อไป

Figure 03 ยังได้รับการอัปเกรดด้วย System 0 AI model ที่รองรับการนำทางบนพื้นผิวต่างระดับ บันได ทางลาด โดยใช้ stereo camera perception แบบ onboard โดยไม่ต้องตั้งโปรแกรมเฉพาะงาน ซึ่งเป็นความสามารถสำคัญสำหรับการ deploy ในโรงงานที่มีพื้นที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อหุ่นยนต์โดยเฉพาะ

สำหรับผู้ซื้อ enterprise ในไทยที่ต้องการประเมิน supply security ของ Figure AI การที่ BotQ ทำงานได้ในอัตรา 1 ตัว/ชั่วโมงช่วยลดความเสี่ยงด้าน lead time และ availability ที่เคยเป็นข้อกังวลหลักของฮิวแมนนอยด์ยุคแรก


หุ่นยนต์แซงพนักงาน: ตัวเลขคืออะไร

ตามที่ Figure AI CEO Brett Adcock ประกาศผ่าน X เมื่อ 20 มิถุนายน 2026 จำนวนหุ่นยนต์ Figure 03 ที่ผลิตและ deployed แล้วมีมากกว่าพนักงานมนุษย์ที่บริษัท อ้างอิงจากข้อมูล production trajectory ที่เปิดเผยต่อสาธารณะและรายงานจากแหล่งข่าวหลายแห่ง นักวิเคราะห์ประมาณการว่า:

  • หุ่นยนต์ที่ผลิตแล้ว: ประมาณ 750+ ตัว (อ้างอิงจากอัตราการผลิตและระยะเวลา ramp-up)
  • พนักงานมนุษย์: ประมาณ 200–250 คน (ค่อนข้างคงที่ตลอด 2025–2026)

ตัวเลขเหล่านี้มีนัยสำคัญสำหรับธุรกิจในหลายมิติ:

ประการแรก บริษัทเทคโนโลยีที่กำลังเติบโตเร็วมักเพิ่มพนักงาน แต่ Figure เลือกลงทุนใน automation ของสายผลิตแทน ซึ่งสะท้อนวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนว่าจะ scale อย่างไร

ประการที่สอง การที่หุ่นยนต์แซงคนไม่ได้หมายถึง “ไล่คนออก” แต่หมายถึง “ขยาย capacity โดยไม่เพิ่ม headcount” ซึ่งเป็นโมเดลที่น่าสนใจมากจากมุมมองการบริหาร

ประการที่สาม นี่คือ proof of concept สำหรับอุตสาหกรรมการผลิตโดยรวมว่า แม้แต่ผลิตภัณฑ์ที่ซับซ้อนที่สุดอย่างหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ก็ยังสามารถผลิตด้วยระบบอัตโนมัติในระดับนี้ได้


BMW Spartanburg: บทพิสูจน์เชิงพาณิชย์ที่เกี่ยวข้องกับไทย

ก่อนที่จะพิจารณา Figure 03 สำหรับโรงงานไทย สิ่งสำคัญที่ต้องดูคือ track record เชิงพาณิชย์ ซึ่ง Figure AI มีหลักฐานที่แข็งแกร่งกว่าหลายคู่แข่งในอุตสาหกรรม

Figure 02 ซึ่งเป็นรุ่นก่อนหน้า Figure 03 ได้ดำเนินการในสายผลิตของ BMW ที่ Spartanburg รัฐ South Carolina เป็นระยะเวลา 11 เดือน ในช่วงเวลาดังกล่าว รถยนต์ BMW X3 กว่า 30,000 คัน ถูกผลิตในสายงานที่หุ่นยนต์ Figure มีส่วนร่วม ตามข้อมูลที่เผยแพร่อย่างกว้างขวาง รวมถึงรายงานจาก The AI Insider

ทำไมตัวเลขนี้สำคัญสำหรับไทยโดยเฉพาะ? Toyota, Honda, Isuzu, Mazda ล้วนมีโรงงานผลิตในไทย ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ EEC ระยอง-ชลบุรี นอกจากนี้ BMW ยังมีโรงงาน assembly ในไทย (Rayong) ด้วย หาก Figure AI สามารถพิสูจน์ตัวเองกับ BMW Spartanburg ได้สำเร็จ ย่อมมีความเป็นไปได้สูงที่ OEM เหล่านี้จะนำเทคโนโลยีเดียวกันมาใช้ในโรงงานไทยในอนาคต

ผู้ประกอบการ Tier-1 และ Tier-2 ที่ supply ชิ้นส่วนให้กับโรงงาน OEM เหล่านี้ควรติดตามพัฒนาการอย่างใกล้ชิด เพราะ OEM เป็น channel ที่เป็นไปได้มากที่สุดในการนำ Figure AI เข้ามาสู่ฐานการผลิตในไทย

นอกจากนี้ Figure AI ยังเซ็นสัญญาเชิงพาณิชย์กับ Catalyst Brands (JCPenney) สำหรับการคัดแยกพัสดุ ดังที่รายงานไว้ในบทวิเคราะห์ฉบับก่อนหน้า ซึ่งแสดงให้เห็นว่า Figure AI ไม่ได้จำกัดตัวเองอยู่แค่ automotive อีกต่อไป — logistics และ e-commerce fulfillment คือตลาดถัดไป ซึ่งมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับผู้ประกอบการ 3PL และ e-commerce ไทย


Production Race 2026: Figure AI vs AgiBot vs Unitree

ข้อมูลสาธารณะที่เปิดเผยในครึ่งแรกของ 2026 วาดภาพ “production race” ระหว่างผู้ผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รายสำคัญได้ชัดเจน:

บริษัทกำลังผลิต (มิ.ย. 2026)ตลาดหลักช่องทางสู่ไทย
Figure AIประมาณ 720 ตัว/เดือน (ทฤษฎี)สหรัฐฯ — Automotive, Logisticsยังไม่มีตัวแทนในไทย
AgiBot10,000 ตัว/ปี (ประกาศ)เอเชีย — Hotel, Hospital, IndustrialVST ECS Thailand (เปิดตัวแล้ว มิ.ย. 2026)
Unitree5,500+ ตัว (ส่งมอบแล้วถึงสิ้น 2025)Global — Research, Education, Enterpriseตัวแทนในภูมิภาค

แต่ละบริษัทมีจุดแข็งที่แตกต่างกัน:

  • Figure AI: เน้น high-precision industrial tasks ใน structured environment เช่น automotive assembly, parcel sorting — ตลาดสหรัฐฯ ก่อน, ราคาสูง, belum ada channel ในไทย
  • AgiBot: เน้น service + industrial ในตลาดเอเชีย รวมถึงไทยโดยตรง ผ่านความร่วมมือกับ VST ECS Thailand ที่มีเครือข่าย IT integrator 35,000 ราย
  • Unitree: G1 และ R1 เน้น research/education ก่อน ราคาเข้าถึงได้มากกว่า ($16,000–$150,000) มี track record ด้านการวิจัยและ AI training

สำหรับโรงงานและคลังสินค้าไทยที่พิจารณาฮิวแมนนอยด์ ความแตกต่างนี้มีนัยสำคัญ: Figure AI เป็น “best in class” ในแง่ industrial performance แต่ยังเข้าไม่ถึง ขณะที่ AgiBot และ Unitree มีช่องทางในไทยแล้วสำหรับผู้ที่พร้อม pilot ตอนนี้


ผลต่อผู้ซื้อและโรงงานไทย: ควรทำอะไรตอนนี้

Figure AI ยังไม่มีแผนขยายมายัง SEA อย่างเป็นทางการในระยะสั้น แต่มิลสโตนใน Q2 2026 ส่งสัญญาณที่ผู้บริหารโรงงานและ logistics ไทยควรวางแผนรับมือใน 4 เรื่องหลัก

1. ใช้ Figure AI เป็น benchmark ไม่ใช่ target ในตอนนี้ แม้จะซื้อไม่ได้ในตอนนี้ การรู้ว่า Figure 03 ทำอะไรได้บ้างในสายผลิต BMW และ JCPenney ช่วยกำหนด KPI ที่สมเหตุสมผลสำหรับฮิวแมนนอยด์ที่คุณเปรียบเทียบอยู่ หากมีผู้ขายเสนอ spec ที่ดูดีมากแต่ไม่มี commercial deployment reference ควรใช้ Figure AI เป็นมาตรฐานเปรียบเทียบ

2. เริ่ม pilot กับแบรนด์ที่มีตัวแทนในไทยแล้ว AgiBot ผ่าน VST ECS Thailand และ Unitree ผ่านตัวแทนในภูมิภาค เป็นตัวเลือกที่เข้าถึงได้ในปัจจุบัน การเริ่ม pilot ตอนนี้จะสร้าง expertise และ institutional knowledge ภายในองค์กร เพื่อที่เมื่อ Figure AI หรือบริษัทระดับเดียวกันเข้ามาในไทย คุณจะอยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่าในการเจรจาและ integrate

3. ตรวจสอบ use case ที่ Figure 03 พิสูจน์แล้ว Use case ที่ Figure AI พิสูจน์เชิงพาณิชย์แล้ว ได้แก่ parcel sorting ในศูนย์กระจายสินค้า, material handling ในสายผลิต automotive, และงาน repetitive manipulation ใน structured environment หากโรงงานหรือคลังสินค้าของคุณมี use case ที่ตรงกัน นี่คือสัญญาณว่าฮิวแมนนอยด์ไม่ใช่แค่ “หุ่นยนต์งาน PR” อีกต่อไป

4. เตรียม infrastructure ล่วงหน้า ไม่ว่าจะเลือก vendor ใด การเตรียม floor mapping, network connectivity (5G หรือ WiFi 6E), และ safety zone ล่วงหน้าจะลดเวลา deployment ลงอย่างมีนัยสำคัญ และสร้างความได้เปรียบในการเจรจากับ vendor เมื่อเปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย


สรุป: Production Milestone คือสัญญาณ ไม่ใช่ Hype

Figure AI ผลิต Figure 03 ที่ BotQ ในอัตรา 1 ตัวต่อชั่วโมง และ CEO Brett Adcock ยืนยันต่อสาธารณะว่าหุ่นยนต์มีจำนวนแซงพนักงานในบริษัทแล้ว ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่การโฆษณา แต่เป็น production milestone ที่ตรวจสอบได้จากแหล่งข้อมูลอิสระหลายแห่ง

สิ่งที่เปลี่ยนไปจากปีที่แล้วไม่ใช่ว่าฮิวแมนนอยด์ “ฉลาดขึ้น” เพียงอย่างเดียว แต่มัน “ผลิตได้มากขึ้น” ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่สำคัญกว่าสำหรับการลงทุนในระดับโรงงาน

สำหรับโรงงานและคลังสินค้าไทยที่วาง budget สำหรับ automation ในปี 2027–2028 นี่คือข้อมูลที่ควรอยู่ในทุก roadmap การวางแผน หากต้องการประเมินความพร้อมขององค์กรหรือเปรียบเทียบ vendor ที่มีช่องทางในไทยในปัจจุบัน ติดต่อทีมที่ปรึกษาของเรา เพื่อรับการวิเคราะห์เฉพาะสำหรับธุรกิจของคุณ

FAQ ที่เกี่ยวข้อง

Figure 03 แตกต่างจาก Figure 02 อย่างไร และเหมาะกับงานแบบใด?

Figure 02 เป็นรุ่นที่ใช้ทดสอบเชิงพาณิชย์ครั้งแรก เช่น BMW Spartanburg ส่วน Figure 03 คือรุ่น production-ready ที่ออกแบบมาสำหรับ volume manufacturing มี System 0 AI model รองรับการนำทางบนพื้นผิวต่างระดับ บันได ทางลาด โดยไม่ต้องตั้งโปรแกรมเพิ่มเติม เหมาะกับงาน parcel sorting, material handling, และ assembly tasks ที่ต้องการ dexterity สูง ประมาณ payload 20 kg

BotQ คืออะไร และมีกำลังผลิตเท่าไหร่ในปัจจุบัน?

BotQ คือโรงงานผลิตฮิวแมนนอยด์เฉพาะทางของ Figure AI ในสหรัฐอเมริกา ออกแบบมาเพื่อ high-volume manufacturing กำลังผลิต ณ มิถุนายน 2026 อยู่ที่ 1 ตัวต่อชั่วโมง หรือทฤษฎีสูงสุดประมาณ 720 ตัวต่อเดือน เพิ่มขึ้นจาก 1 ตัวต่อวันที่จุดเริ่มต้น ซึ่งคือการเพิ่มขึ้น 24 เท่าในเวลาไม่ถึง 4 เดือน

ราคา Figure 03 สำหรับธุรกิจไทยประมาณเท่าไหร่?

Figure AI ยังไม่ประกาศราคาขายปลีกหรือ enterprise price อย่างเป็นทางการ นักวิเคราะห์ประเมิน Figure 03 สำหรับ enterprise deployment ที่ USD 90,000–250,000 ต่อตัว (ราว ฿3.3–9.3 ล้าน) ยังไม่รวมค่า integration, maintenance รายปี และ training ปัจจุบันยังไม่มีตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทยหรืออาเซียน ผู้สนใจต้องติดต่อ Figure AI โดยตรงในรูปแบบ enterprise partnership

เมื่อไหร่ Figure 03 จะพร้อมให้โรงงานไทยซื้อหรือทำ pilot ได้?

อ้างอิงจากแผน deploy ปัจจุบัน Figure AI มุ่งเน้นลูกค้า enterprise ในสหรัฐอเมริกาก่อน (BMW, Catalyst Brands) คาดว่าการขยายสู่ SEA รวมถึงไทยจะเกิดขึ้นเร็วสุดในปี 2027–2028 อย่างไรก็ตาม บริษัทไทยที่เป็น Tier-1 supplier ของ BMW หรือ OEM อื่นที่ Figure ทำงานด้วยอาจเข้าถึงได้ผ่านช่องทาง B2B ของ OEM ก่อน

แบรนด์ที่กล่าวถึงในบทความ

บทความที่เกี่ยวข้อง

LINE