Figure 03 ทำงาน 200 ชม.ไม่หยุด Figure AI เซ็นดีล Catalyst Brands 2026
Figure AI เซ็นสัญญาเชิงพาณิชย์กับ Catalyst Brands (JCPenney) หลัง Figure 03 คัดพัสดุ 249,560 ชิ้นใน 200 ชม.โดยไม่มีฮาร์ดแวร์เสีย ผู้ประกอบการโลจิสติกส์ไทยควรประเมินเทคโนโลยีนี้อย่างไร
TL;DR — เมื่อ 26 พฤษภาคม 2026 Figure AI เซ็นสัญญาเชิงพาณิชย์กับ Catalyst Brands (เจ้าของ JCPenney, Aéropostale และ Brooks Brothers) เพื่อ deploy หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ Figure 03 ที่ศูนย์กระจายสินค้า Reno รัฐเนวาดา ก่อนหน้าเพียงไม่กี่วัน Figure 03 เพิ่งผ่านการทดสอบ 200 ชั่วโมงต่อเนื่อง คัดพัสดุรวม 249,560 ชิ้น โดยไม่มีความเสียหายด้านฮาร์ดแวร์แม้แต่ครั้งเดียว ทั้งสองเหตุการณ์ในสัปดาห์เดียวกันถือเป็น milestone ที่ผู้ประกอบการโลจิสติกส์และคลังสินค้าไทยไม่ควรมองข้าม
ทำไมดีล Catalyst Brands ถึงสำคัญสำหรับโลจิสติกส์ไทย
สัปดาห์สุดท้ายของเดือนพฤษภาคม 2026 มีเหตุการณ์สองอย่างเกิดขึ้นต่อเนื่องกันอย่างรวดเร็วที่ควรอ่านร่วมกัน ประการแรก หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ Figure 03 ของ Figure AI ทำงานคัดพัสดุต่อเนื่อง 200 ชั่วโมงโดยไม่หยุดพักและไม่มีฮาร์ดแวร์เสียแม้แต่ชิ้นเดียว ประการที่สอง บริษัทเซ็นสัญญาเชิงพาณิชย์กับองค์กรภายนอกเป็นครั้งแรก นั่นคือ Catalyst Brands ซึ่งดูแลเครือข่ายค้าปลีก JCPenney, Aéropostale และ Brooks Brothers
สำหรับผู้ประกอบการโลจิสติกส์และคลังสินค้าในไทย ความสำคัญของเหตุการณ์นี้อยู่ที่การยืนยันว่าหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ก้าวข้ามเส้นจาก “ต้นแบบในห้องแล็บ” มาสู่ “สัญญาเชิงพาณิชย์จริง” แล้ว
ตลาดโลจิสติกส์ไทยมีมูลค่าประมาณ USD 56 พันล้าน และกำลังขยายตัวต่อเนื่องจากการเติบโตของ e-commerce บน TikTok Shop, Shopee Live และ Lazada ปัจจุบัน Flash Express ขนส่งพัสดุนับล้านชิ้นต่อวันทั่ว 77 จังหวัด ในขณะที่ Kerry Express ดำเนินการ automated sorting hub ที่ประมวลผลพัสดุ 120,000 ชิ้น/วัน ตามข้อมูลจาก WHA Logistics ความต้องการแรงงาน warehouse คืนวันหยุดและกะดึกยังคงเป็นปัญหาที่ยังไม่มีคำตอบถาวร
จาก 8 ชั่วโมงสู่ 200 ชั่วโมง: เส้นทางพิสูจน์ตัวของ Figure 03
เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นจากการท้าทายของ Dr. Scott Walter นักวิชาการด้าน industrial automation ที่ตั้งคำถามต่อสาธารณะว่า หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์สามารถทำงานต่อเนื่อง 8 ชั่วโมงในสภาพแวดล้อมจริงโดยไม่ต้องมีมนุษย์แทรกแซงได้จริงหรือไม่ CEO Brett Adcock ตอบรับการท้าทายนั้นและประกาศว่าจะ livestream การทดสอบโดยไม่ตัดต่อ
การทดสอบเริ่มวันที่ 14 พฤษภาคม 2026 ที่สำนักงานใหญ่ของ Figure AI ใน Sunnyvale รัฐแคลิฟอร์เนีย และถ่ายทอดสดผ่าน YouTube โดยไม่มีการตัดต่อ ผู้ชม livestream ตั้งชื่อให้หุ่นยนต์ทั้งสาม ตัวว่า Bob, Jim และ Rose
สิ่งที่เกิดขึ้นต่อจากนั้นไม่ใช่แค่การผ่าน 8 ชั่วโมง แต่หุ่นยนต์ทำงานต่อเนื่องโดยไม่มีใครสั่งหยุด จนกระทั่งครบ 200 ชั่วโมง ในวันที่ 22 พฤษภาคม 2026 รวม 8 วันกว่า โดยตลอดเวลานั้น:
- พัสดุที่คัดแยกรวม: 249,560 ชิ้น
- อัตราเฉลี่ย: ประมาณ 1,248 ชิ้น/ชั่วโมง (~2.88 วินาที/ชิ้น)
- ความเสียหายด้านฮาร์ดแวร์: ศูนย์
- การจัดการแบตเตอรี่: หุ่นยนต์เคลื่อนตัวไปชาร์จแบตเตอรีเองโดยอัตโนมัติเมื่อพลังงานต่ำ และหุ่นยนต์ตัวถัดไปเข้ามาทำงานแทนทันที โดยไม่มีการหยุดสายงาน
CEO Brett Adcock ยืนยันต่อสาธารณะว่าไม่มีการแทรกแซงจากมนุษย์ตลอด 200 ชั่วโมง นับเป็น milestone ครั้งสำคัญที่แสดงว่า humanoid robot ไม่ใช่แค่เทคโนโลยีที่ดูดีในห้องแล็บอีกต่อไป ตาม Seoul Economic Daily และ Interesting Engineering
เทคโนโลยีเบื้องหลัง: Figure 03 + Helix-02
หุ่นยนต์ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนี้คือ Figure 03 (F.03) ซึ่งมีส่วนสูงประมาณ 173 ซม. น้ำหนักประมาณ 61 กก. ออกแบบมาให้ทำงานได้ในสภาพแวดล้อมที่ออกแบบสำหรับมนุษย์ ซึ่งหมายความว่าไม่จำเป็นต้องปรับปรุงโครงสร้างคลังสินค้าใหม่
สมองของ Figure 03 คือ Helix-02 AI model ซึ่ง Figure AI อธิบายว่าเป็น unified neural network ที่รวมระบบสี่อย่างไว้ด้วยกัน:
- Vision — กล้องหลายตัวให้มุมมอง 360 องศา
- Touch sensing — รับรู้แรงกดและพื้นผิวของพัสดุ
- Proprioception — รับรู้ตำแหน่งข้อต่อของตัวเอง
- Whole-body control — ประสานร่างกายทั้งตัวในการหยิบและวาง
ระบบนี้ทำให้ Figure 03 สามารถหยิบพัสดุรูปทรงผิดปกติ ปรับมุมจับระหว่างอยู่ในอากาศ และวาง barcode ให้หันถูกทิศเองได้โดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องเขียนโปรแกรม waypoint หรือกำหนดจุดเคลื่อนที่ล่วงหน้า Helix-02 ยังทำงานได้โดยไม่ต้องพึ่ง cloud server ทำให้ทำงานได้แม้เน็ตเวิร์กขาด
ดีล Catalyst Brands: จากการทดสอบสู่สัญญาเชิงพาณิชย์จริง
สี่วันหลังการทดสอบ 200 ชั่วโมงสิ้นสุดลง ในวันที่ 26 พฤษภาคม 2026 Figure AI ประกาศว่าได้เซ็นสัญญาเชิงพาณิชย์กับ Catalyst Brands ซึ่งเป็นเจ้าของเครือข่ายค้าปลีกระดับใหญ่ในสหรัฐฯ ประกอบด้วย JCPenney, Aéropostale และ Brooks Brothers ตามข้อมูลจาก JCPenney Newsroom
รายละเอียดของดีลที่ยืนยันแล้ว:
- สถานที่: Reno Logistics Distribution Center รัฐเนวาดา
- ระยะแรก: เริ่มต้นพฤษภาคม 2026
- หุ่นยนต์ที่ใช้: Figure 03 พร้อม Helix-02
- งานหลัก: งาน sequencing บนระบบ Joey Pouch ซึ่งเป็นระบบคัดแยกและบรรจุพัสดุอัตโนมัติของ Catalyst Brands
- ข้อได้เปรียบ: Helix-02 ทำงานแบบ local deployment ไม่ต้องพึ่ง cloud อย่างต่อเนื่อง
นี่คือ commercial deployment เชิงพาณิชย์ครั้งแรก ของ Figure AI กับองค์กรภายนอก ต่างจากการทดสอบในสถานที่ของบริษัทเองหรือ pilot กับ BMW Spartanburg ที่ยังอยู่ในขั้นวิจัยและพัฒนา ดีลกับ Catalyst Brands หมายความว่า มีผู้ประกอบการจริงจ่ายเงินให้ Figure AI เพื่อให้หุ่นยนต์ทำงานในสายการผลิตจริง ตาม Robotics and Automation News
โรงงาน BotQ: Figure AI ผลิตหุ่นยนต์ได้ 1 ตัว/ชั่วโมงแล้ว
ข้อมูลที่สำคัญไม่แพ้ผลการทดสอบคือความสามารถในการผลิตของ Figure AI โรงงาน BotQ ในแคลิฟอร์เนียสามารถผลิต Figure 03 ได้ 1 ตัวต่อชั่วโมง ซึ่งเพิ่มขึ้น 24 เท่าจากเดิมที่ผลิตได้เพียง 1 ตัวต่อวัน ในเวลาน้อยกว่า 120 วัน
ระบบสายการผลิตที่ BotQ ใช้ซอฟต์แวร์ควบคุมการผลิตเฉพาะที่เชื่อมต่อกับ workstation กว่า 150 จุด มี in-process inspection กว่า 50 จุดตลอดสาย ผลลัพธ์คือ first-pass yield สูงกว่า 80% จากการผลิตสะสมกว่า 350 ตัวนับตั้งแต่เริ่มผลิตเชิงพาณิชย์
ความสามารถด้านการผลิตนี้สำคัญมากเพราะแสดงว่า Figure AI ไม่ได้แค่ทำ prototype ให้ดูสวยงามในงาน trade show แต่มีความสามารถจัดหาหุ่นยนต์ในปริมาณที่เพียงพอสำหรับ commercial deployment จริง
เปรียบเทียบกับ AGV/AMR ที่ใช้ในไทยปัจจุบัน
ผู้ประกอบการที่ใช้ AGV/AMR อยู่แล้วอาจสงสัยว่าจำเป็นต้องสนใจ humanoid robot ด้วยหรือ คำตอบขึ้นอยู่กับลักษณะของงาน
| ลักษณะงาน | AGV/AMR | Humanoid Robot (Figure 03) |
|---|---|---|
| ขนย้ายพัลเลทจุดที่กำหนด | เหมาะสมมาก | ไม่จำเป็น |
| คัดแยกพัสดุหลายรูปทรง | ต้องปรับสาย | ทำได้โดยไม่ต้องปรับ |
| ทำงานในพื้นที่ออกแบบสำหรับคน | ต้องออกแบบโครงสร้างใหม่ | ทำงานได้ในพื้นที่เดิม |
| ต้นทุนต่อหน่วย (2026) | ฿1–4 ล้าน | ประมาณ ฿3.3–9.3 ล้าน |
| ความสามารถในการปรับตัว | ต่ำ–ปานกลาง | สูง |
งาน sorting พัสดุหลายรูปทรงบน conveyor belt ซึ่งต้องการ dexterity ของมือมนุษย์เป็นจุดที่ humanoid robot มีความได้เปรียบชัดเจน ส่วน AGV/AMR ยังเป็นทางเลือกที่คุ้มค่ากว่าสำหรับงานขนส่งแบบ point-to-point ที่กำหนดเส้นทางได้แน่นอน
นัยสำหรับโลจิสติกส์ไทยและพื้นที่ EEC
พื้นที่ Eastern Economic Corridor (EEC) ใน Chonburi, Rayong และ Chachoengsao กำลังขยายคลังสินค้าและศูนย์กระจายสินค้าอย่างต่อเนื่อง แต่เผชิญกับการขาดแคลนแรงงาน warehouse ทักษะกลาง โดยเฉพาะช่วงกะกลางคืนและวันหยุดนักขัตฤกษ์
นอกจากนี้ BOI ได้อนุมัติให้บริษัทจีนหลายรายลงทุนกว่า 10,000 ล้านบาทเพื่อสร้างฐานผลิตชิ้นส่วนหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในไทย ซึ่งหมายความว่าไทยกำลังเป็นส่วนหนึ่งของ supply chain ไม่ใช่เพียงผู้ซื้อปลายทาง ราคาของ humanoid robot อาจลดลงเร็วกว่าที่ตลาดคาดไว้เมื่อ supply chain ใน EEC พร้อม
ประมาณการต้นทุน-ประโยชน์เบื้องต้นสำหรับไทย:
ค่าแรงพนักงาน sorting กะกลางคืน 3 คนที่อัตรา ฿15,000–18,000/คน/เดือน รวมค่าโอที ค่าประกันสังคม และค่าสวัสดิการ ต้นทุนจริงอยู่ที่ประมาณ ฿60,000–80,000/เดือน สำหรับ 3 ตำแหน่ง
หาก humanoid robot เช่าในรูปแบบ robot-as-a-service (RaaS) ตามที่นักวิเคราะห์หลายรายคาดการณ์ว่าจะอยู่ที่ USD 2,000–5,000 ต่อตัว/เดือน (ประมาณ ฿74,000–185,000) ในช่วงปี 2027–2028 จุดคุ้มทุนจะขึ้นอยู่กับปริมาณงานและจำนวนกะที่ต้องการ สำหรับงาน 24 ชั่วโมง/7 วัน หุ่นยนต์ 1 ตัวสามารถทดแทนพนักงาน 3 คนที่ทำงานเป็นกะได้
ขั้นตอนที่แนะนำสำหรับผู้ประกอบการโลจิสติกส์ไทย
ยังไม่มีตัวแทนจำหน่าย Figure AI อย่างเป็นทางการในไทยหรืออาเซียน แต่มีขั้นตอนที่ทำได้เดี๋ยวนี้:
- Map กระบวนการ: ระบุจุดในสายงานที่ใช้แรงงานมากที่สุดและมี throughput ไม่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะงานกะดึกและวันหยุด
- คำนวณ baseline ต้นทุน: บันทึกค่าแรง, อัตรา turnover, และ error rate ปัจจุบันเพื่อใช้เปรียบเทียบกับ RaaS option ในอนาคต
- ติดตาม pilot Catalyst Brands: ผลของ deployment ที่ Reno จะเป็นข้อมูล benchmark ที่สำคัญมากสำหรับการตัดสินใจซื้อ/เช่าในปี 2027
- ประเมิน layout: คลังสินค้าที่ออกแบบสำหรับคนส่วนใหญ่รองรับ humanoid robot ได้โดยไม่ต้องปรับโครงสร้าง แต่ควรตรวจสอบความสูงเพดาน ระยะเดิน และแสงสว่าง
สำหรับผู้สนใจพูดคุยเรื่อง humanoid robot ในบริบทโลจิสติกส์ไทย ติดต่อเราได้ที่นี่ เพื่อรับการประเมินเบื้องต้นและทิศทางตลาดล่าสุด
เหตุการณ์ในสัปดาห์สุดท้ายของเดือนพฤษภาคม 2026 ยืนยันสิ่งที่หลายคนในวงการโลจิสติกส์เริ่มสังเกต: humanoid robot ไม่ได้อยู่ใน “อนาคตอีก 10 ปี” แต่อยู่ใน “สัญญาเชิงพาณิชย์ที่เซ็นแล้วในปัจจุบัน” ไทยมีโอกาส 18–24 เดือนในการเตรียมตัวและเป็น early adopter ก่อนที่ตลาดจะเปิดกว้างขึ้น
FAQ ที่เกี่ยวข้อง
Figure 03 ราคาเท่าไหร่สำหรับผู้ประกอบการโลจิสติกส์ไทย?
Figure AI ยังไม่ประกาศราคาอย่างเป็นทางการสำหรับตลาดไทยหรืออาเซียน นักวิเคราะห์ประเมินต้นทุน enterprise deployment อยู่ที่ประมาณ USD 90,000–250,000 ต่อตัว (ราว ฿3.3–9.3 ล้านบาท) ยังไม่รวมค่า integration, ค่า maintenance รายปี และค่าฝึกอบรมบุคลากร ปัจจุบันยังไม่มี official distributor ในไทยหรืออาเซียน ผู้สนใจต้องติดต่อ Figure AI โดยตรงในรูปแบบ enterprise partnership
Helix-02 ต่างจาก AI ในเครื่องคัดแยกพัสดุทั่วไปอย่างไร?
ระบบ AI ในเครื่องคัดแยกพัสดุทั่วไปออกแบบสำหรับพัสดุมาตรฐานรูปทรงแน่นอน ส่วน Helix-02 ของ Figure AI เป็น unified neural network รวม vision, touch sensing, proprioception และ whole-body control ไว้ในระบบเดียว ทำให้ Figure 03 จับพัสดุรูปทรงผิดปกติ ปรับมุมจับในอากาศ และวาง barcode ให้หันถูกทิศได้เองโดยไม่ต้องตั้งค่า waypoint ล่วงหน้า และยังทำงานได้โดยไม่ต้องพึ่ง cloud server
Catalyst Brands คืออะไร และดีลนี้สำคัญอย่างไรต่ออุตสาหกรรม?
Catalyst Brands เป็น retail conglomerate ที่ดูแลแบรนด์ JCPenney, Aéropostale และ Brooks Brothers มีเครือข่ายกระจายสินค้าขนาดใหญ่ทั่วสหรัฐฯ ดีลกับ Figure AI ถือเป็นสัญญาณว่าภาคค้าปลีกระดับใหญ่ยอมรับ humanoid robot สำหรับงาน logistics จริง ไม่ใช่แค่การทดลองในห้องแล็บ นี่คือ commercial deployment เชิงพาณิชย์ครั้งแรกของ Figure AI กับองค์กรภายนอก
โลจิสติกส์ไทยควรเริ่มประเมิน humanoid robot อย่างไรในช่วง 2026–2028?
แนะนำให้เริ่มจากการ map กระบวนการที่ repetitive สูง เช่น การคัดแยกพัสดุในกะกลางคืนหรือกะวันหยุดที่หาพนักงานยาก จากนั้นคำนวณ ROI เบื้องต้นโดยเปรียบเทียบค่าแรงพนักงาน 3–5 คน/กะ กับต้นทุน humanoid ที่คาดจะอยู่ที่ USD 2,000–5,000 ต่อเดือน/ตัว ในรูปแบบ robot-as-a-service ปี 2027–2028 ช่วงนี้แนะนำให้ติดตาม pilot Catalyst Brands และ BMW Spartanburg ของ Figure AI ก่อนตัดสินใจลงทุน