ข้ามไปที่เนื้อหา
Youshouldautomatethat youshouldautomatethat
Industrial automation
news

Unitree Robotics IPO เร่งด่วน $6.2B: ราคาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในไทยจะถูกลงอย่างไร

Unitree ยื่น IPO บน STAR Market ของ SSE เซี่ยงไฮ้ ตรวจสอบ 1 มิ.ย. 2026 ระดมทุน 2.2 หมื่นล้านบาท รายได้ปี 2025 โต 335% ผลต่อราคาหุ่นยนต์ในตลาดไทยและ SEA

โดย Pongsiri Trivittayasil · ·8 นาที
#unitree#humanoid-robot#ipo#thailand#star-market

TL;DRUnitree Robotics ผู้ผลิตฮิวแมนนอยด์ที่จัดส่งสูงสุดในโลกด้วยยอดกว่า 5,500 ตัวในปี 2025 เดินหน้า IPO แบบเร่งด่วนบน STAR Market ของตลาดหลักทรัพย์เซี่ยงไฮ้ (SSE) โดยคณะกรรมการ SSE กำหนดตรวจสอบใบสมัครในวันที่ 1 มิถุนายน 2026 เพียง 73 วัน หลังรับเอกสารอย่างเป็นทางการ บริษัทตั้งเป้าระดมทุน CNY 4.2 พันล้านหยวน (ประมาณ 2.2 หมื่นล้านบาท) ที่มูลค่าบริษัทเป้าหมาย 42 พันล้านหยวน ($6.2 พันล้าน หรือประมาณ 2.2 แสนล้านบาท) และเงินก้อนนี้จะถูกนำไปขยายฐานการผลิตและ R&D ซึ่งหมายความว่าราคา Unitree G1 และ H2 ที่ขายในตลาด SEA รวมถึงไทยมีแนวโน้มถูกลงในอีก 12–18 เดือนข้างหน้า

ทำไม Unitree IPO จึงสำคัญสำหรับผู้ซื้อหุ่นยนต์ในไทย

ฮิวแมนนอยด์ในไทย กำลังเข้าสู่ช่วงที่น่าสนใจที่สุดในรอบทศวรรษ ภายในสัปดาห์เดียวกัน (23 พฤษภาคม) เราเห็น AgiBot ประกาศพาร์ตเนอร์ไทยอย่างเป็นทางการและตั้งเป้าส่งฮิวแมนนอยด์ไปสุวรรณภูมิภายในสิ้นปี 2026 และวันที่ 26 พฤษภาคม ก็มีข่าวใหญ่จากคู่แข่งหลัก: Unitree Robotics กำลังจะมีเงินทุนมหาศาลจาก IPO เร่งด่วน

สำหรับผู้ซื้อหุ่นยนต์ในไทย IPO นี้มีความหมายที่ชัดเจน:

  • เงินทุน R&D เพิ่มขึ้น → รุ่นใหม่หลัง G1 และ H2 จะมาเร็วขึ้น
  • ฐานการผลิตใหม่ → capacity สูงขึ้น → ต้นทุนต่อหน่วยลดลง
  • แรงกดดันแข่งขันด้านราคา กับ AgiBot ทวีความรุนแรง → เป็นผลดีต่อผู้ซื้อ
  • การขยายพาร์ตเนอร์ใน SEA เป็นขั้นตอนถัดไปที่สมเหตุสมผลหลัง IPO สำเร็จ

ปัจจุบัน Unitree G1 มีราคาเริ่มต้น USD 16,000 (ประมาณ 570,000 บาท) ซึ่งถูกกว่า AgiBot X2 ($20,000+) และ Boston Dynamics Atlas (ยังไม่เปิดขายทั่วไป ราคาไม่ถูกแน่นอน) เมื่อ manufacturing scale ขึ้นและมีเงินจาก IPO มาหนุนหลัง ราคาดังกล่าวมีแนวโน้มลดลงต่อ

เกิดอะไรขึ้น: SSE Fast-Track ภายใน 73 วัน

เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2026 Caixin Global รายงานว่า Shanghai Stock Exchange (SSE) ออกประกาศกำหนดให้คณะกรรมการ Listing Review Committee ตรวจสอบใบสมัคร IPO ของ Unitree Robotics ในวันที่ 1 มิถุนายน 2026 นับเป็นวันที่ 73 นับจากวันที่ SSE รับใบสมัครอย่างเป็นทางการเมื่อ 20 มีนาคม 2026

Global Times ยืนยันตัวเลขเดียวกัน: Unitree วางแผนระดมทุน CNY 4.2 พันล้านหยวน โดยออกหุ้นจำนวนไม่น้อยกว่า 40.45 ล้านหุ้น ที่มูลค่าบริษัทเป้าหมาย 42 พันล้านหยวน (ประมาณ USD 6.2 พันล้าน หรือราว 2.2 แสนล้านบาท) โดยคิดที่อัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 35.5 บาท/USD

สิ่งที่น่าสังเกตเป็นพิเศษคือ Unitree เป็น บริษัทที่สองที่ได้รับสิทธิ์ Fast-Track ผ่านกลไก Pre-Screening ของ STAR Market ซึ่ง SSE นำมาใช้ในเดือนมิถุนายน 2025 สำหรับบริษัท “hard technology” ที่มีศักยภาพสูงตรงกับยุทธศาสตร์ชาติจีน กระบวนการปกติสำหรับ IPO ใน STAR Market ใช้เวลา 3–6 เดือนหลังยื่นเอกสาร แต่ Unitree ได้รับการตรวจสอบภายใน 73 วันเท่านั้น ซึ่งสื่อให้เห็นว่ารัฐบาลจีนมองฮิวแมนนอยด์เป็น strategic sector ระดับเดียวกับ EV และ semiconductor

ตัวเลขการเงิน: Unitree แข็งแกร่งแค่ไหน

ก่อนจะวิเคราะห์ผลต่อตลาดไทย ควรดูตัวเลขที่ Unitree เปิดเผยต่อ SSE เพื่อให้เห็นภาพความแข็งแกร่งของบริษัท:

ตัวชี้วัดตัวเลข
รายได้ปี 2025¥1.708 พันล้านหยวน (ประมาณ 8,260 ล้านบาท)
การเติบโต YoY+335%
Gross margin59.5%
สัดส่วน humanoid ในรายได้51.5% (เพิ่มจาก 1.9% ปี 2023)
จำนวน unit ที่จัดส่งปี 2025กว่า 5,500 ตัว
เป้าหมายปี 202610,000–20,000 ตัว

Gross margin ที่ 59.5% คือตัวเลขที่น่าประหลาดใจสำหรับธุรกิจฮาร์ดแวร์โรบอท ผู้ผลิตหุ่นยนต์ส่วนใหญ่มี margin อยู่ที่ 30–45% ตัวเลขสูงนี้บ่งชี้ว่า Unitree ยังมีพื้นที่มากพอ ลด margin เพื่อแย่งตลาด ในภูมิภาคที่ราคาเป็นปัจจัยสำคัญอย่าง Southeast Asia โดยไม่กระทบต่อกำไรมากนัก

การเติบโต 335% ในปีเดียวเกิดจากหลายปัจจัยพร้อมกัน ได้แก่ G1 humanoid ที่เปิดขายระดับ commercial/R&D ที่ราคาเริ่มต้น $16,000 ในปี 2024 ทำให้ตลาดวิจัยและ early adopter ทั่วโลกเข้าถึงได้ ประกอบกับ Spring Festival Gala ของจีนเมื่อกุมภาพันธ์ 2026 ที่ G1 สาธิตต่อผู้ชมประมาณ 679 ล้านคน ทำให้ยอดสั่งซื้อพุ่งสูงขึ้นทันที

ไลน์อัพ Unitree ที่เกี่ยวข้องกับตลาดหุ่นยนต์ไทย

ก่อนจะวิเคราะห์ผลกระทบด้านราคา ควรเข้าใจก่อนว่า Unitree มีผลิตภัณฑ์ใดที่ตรงกับ use case ในไทย:

G1 — ฮิวแมนนอยด์ราคาต่ำสุดในตลาดโลก

  • ความสูง 127 ซม. น้ำหนัก 35 กก.
  • ออกแบบให้เดินได้คล่อง 2 m/s บนพื้นผิวต่าง ๆ
  • ราคา commercial: USD 16,000 (ประมาณ 570,000 บาท)
  • Japan Airlines (JAL) นำ G1 ไปใช้ที่ Haneda Airport สำหรับงาน baggage handling ด้วยราคา $15,400 ต่อตัว (ประมาณ 547,000 บาท) ในโครงการทดลอง 2 ปี ตาม CNBC ซึ่งถือว่าเป็นโครงการ pilot ฮิวแมนนอยด์เชิงพาณิชย์ที่ราคาต่ำสุดในโลก ณ ขณะนี้

H2 — ฮิวแมนนอยด์ขนาดเต็มพร้อม bionic face

  • ความสูง 180 ซม. น้ำหนัก 70 กก.
  • 31 degrees of freedom
  • Payload ปกติ 7 กก. / สูงสุดชั่วคราว 21 กก.
  • Computing: 2,070 TOPS chip
  • ราคา: USD 29,900–30,000 (ประมาณ 1.06 ล้านบาท)
  • ออกแบบสำหรับงาน industrial และ service ขนาดใหญ่ที่ต้องการ payload สูงกว่า G1

B2 — Quadruped สำหรับงานตรวจสอบอุตสาหกรรม

  • น้ำหนักบรรทุกได้ถึง 60 กก.
  • เหมาะสำหรับงาน inspection โครงสร้าง pipeline และพื้นที่อันตรายที่คนเข้าไม่ได้
  • เป็นคู่แข่งโดยตรงของ Boston Dynamics Spot ในราคาที่ต่ำกว่ามาก

ทั้งสามผลิตภัณฑ์ตรงกับความต้องการในตลาดไทย ไม่ว่าจะเป็นสนามบิน โรงแรม โรงงาน EEC หรือมหาวิทยาลัยวิจัย

เงิน $608M จะนำไปทำอะไร

ตามเอกสาร IPO ที่ยื่นต่อ SSE เงินระดมทุน CNY 4.2 พันล้านหยวน (ประมาณ 2.2 หมื่นล้านบาท) จะถูกนำไปลงทุนใน 4 ด้านหลัก:

  1. R&D สำหรับ intelligent robot models และ robot bodies — พัฒนา AI รุ่นถัดจาก UnifoLM-VLA-0 vision-language-action model ที่ Unitree open-source ไปแล้วในมีนาคม 2026 และการพัฒนา hardware รุ่นถัดไปที่มี dexterity สูงขึ้น

  2. พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ — ตลาดคาดว่าจะมีรุ่นที่เน้น service robot ตลาดมวลชนราคาต่ำกว่า G1 ออกมาในอีก 12–18 เดือน

  3. ฐานการผลิตใหม่ (manufacturing base) — การลงทุนในโรงงานจะเพิ่ม throughput จาก capacity ปัจจุบัน ลดต้นทุนต่อหน่วยลงได้มากเมื่อ production scale

  4. ห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) — ลดการพึ่งพาชิ้นส่วน actuator และ sensor จากต่างประเทศ ซึ่งช่วยให้ต้นทุนโดยรวมมีเสถียรภาพมากขึ้น

ตามการวิเคราะห์ของ KraneShares ซึ่งติดตาม Unitree ในฐานะ ETF constituent IPO ครั้งนี้จะช่วยให้ Unitree ขยายการเข้าถึงตลาด SEA และยุโรปได้เร็วขึ้น เนื่องจากมีทุนเพียงพอสำหรับตั้ง regional office และ authorized distributor network

ผลกระทบต่อราคาและตลาดหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในไทย

Gross margin สูง = มีพื้นที่ลดราคาแข่งขัน

Gross margin 59.5% ของ Unitree ถือว่าสูงมากสำหรับฮาร์ดแวร์โรบอท หากเทียบกับ Apple iPhone ที่ margin อยู่ที่ประมาณ 55% หรือ Tesla รุ่นเริ่มต้นที่ margin ต่ำกว่า 20% ตัวเลขนี้หมายความว่า Unitree มีพื้นที่ปรับลดราคาขายได้อย่างมีนัยสำคัญโดยยังคงทำกำไรได้

เมื่อ capacity การผลิตขยายสู่ 10,000–20,000 ตัวต่อปี (เป้าหมายปี 2026) ต้นทุนต่อหน่วยจะลดลงจากการ economies of scale บวกกับการพัฒนา supply chain ที่เงิน IPO จะนำไปลงทุน ผู้ซื้อใน SEA รวมถึงไทยจะได้ประโยชน์โดยตรงเมื่อ Unitree เริ่มตั้งพาร์ตเนอร์ในภูมิภาค

การแข่งขันกับ AgiBot ในไทยจะรุนแรงขึ้น

ในไทยขณะนี้ AgiBot X2 มีพาร์ตเนอร์อย่างเป็นทางการ 2 ราย ได้แก่ GULF Group และ Metthier-COM7 ขณะที่ Unitree G1 มีราคาถูกกว่าแต่ยังไม่มีพาร์ตเนอร์ไทย เมื่อ IPO สำเร็จ Unitree จะมีทั้งเงินทุนสำหรับตั้งพาร์ตเนอร์ใน SEA และ margin ที่ยืดหยุ่นพอจะลดราคาเพื่อแข่งขัน

ซึ่งหมายความว่า ผู้ซื้อชาวไทยที่รอดูอยู่จะมีตัวเลือกเพิ่มขึ้น และมีแนวโน้มที่ราคาตลาดจะแข่งขันกันมากขึ้นในช่วง Q3–Q4 2026 ทั้งจากฝั่ง Unitree ที่กำลังจะมีทุน และ AgiBot ที่ก็ต้องรักษาส่วนแบ่งตลาด

ตลาดวิจัยและมหาวิทยาลัยไทยมีโอกาสสูง

จากราคา G1 ที่ USD 16,000 (ประมาณ 570,000 บาท) หลายสถาบันวิจัยไทย อาทิ NSTDA, AIT, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า หรือ KMUTT สามารถพิจารณาซื้อ G1 สำหรับงาน embodied AI research ได้ภายในงบปี 2026 ค่าใช้จ่ายนี้เทียบได้กับ Boston Dynamics Spot (ประมาณ 3.2–4.5 ล้านบาท) แต่ถูกกว่าถึง 5–8 เท่า

เมื่อ IPO ทำให้ Unitree มีเสถียรภาพทางการเงินมากขึ้น ความเสี่ยงเรื่อง long-term support สำหรับ research institution ก็ลดลงด้วย เพราะบริษัทที่ listed ใน STAR Market มีข้อผูกมัดด้านการเปิดเผยข้อมูลและ corporate governance ที่ชัดเจนกว่า startup ที่ยังเป็น private company

ไทย EEC และ BOI อาจมีทางเลือกใหม่

รัฐบาลไทยอนุมัติงบกว่า 10,000 ล้านบาท สำหรับการสร้างฐานผลิตชิ้นส่วนฮิวแมนนอยด์ใน EEC ภายในปี 2026 บริษัทที่มี production capacity สูงและทุนแข็งแกร่งอย่าง Unitree (หลัง IPO สำเร็จ) เป็นผู้เล่นที่ BOI น่าจะสนใจพิจารณาให้ตั้งศูนย์ประกอบหรือ R&D center ในไทย ซึ่งจะทำให้ราคา G1 และรุ่นอื่นลดลงได้อีกเนื่องจากต้นทุนภาษีนำเข้าที่ต่ำกว่า

สิ่งที่ผู้ซื้อไทยควรทำตอนนี้

สำหรับสถาบันวิจัยและมหาวิทยาลัย: G1 ที่ราคา $16,000 เป็นจุดเข้าที่สมเหตุสมผลสำหรับ embodied AI research ตอนนี้ หากมีงบและ use case ชัดเจน ไม่จำเป็นต้องรอ IPO สำเร็จ เพียงแต่ต้องวางแผน warranty และ support ล่วงหน้าเพราะยังไม่มี local partner ในไทย

สำหรับโรงงานและอุตสาหกรรม EEC: B2 quadruped เหมาะสำหรับงาน inspection ในพื้นที่อันตรายที่คนเข้าถึงยาก แนะนำให้เริ่ม map use case และติดต่อ distributor ในสิงคโปร์หรือฮ่องกงที่มีประสบการณ์ Unitree ก่อน แล้วรอดูว่าจะมีพาร์ตเนอร์ไทยอย่างเป็นทางการหลัง IPO หรือไม่

สำหรับโรงแรมและ hospitality: ยังแนะนำให้ใช้ AgiBot ที่มีพาร์ตเนอร์ไทยและ local support พร้อมก่อน แต่ควรติดตาม Unitree อย่างใกล้ชิดหลัง IPO สำเร็จ เพราะราคา G1 ที่ต่ำกว่าและ DOF มากกว่าอาจเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากขึ้นภายใน 6–12 เดือน

สำหรับผู้ประกอบการที่กำลังประเมิน ROI: ติดตามรายละเอียดผลการตรวจสอบ SSE ในวันที่ 1 มิถุนายน 2026 ซึ่งจะเป็นสัญญาณแรกว่า IPO จะเดินหน้าหรือมีอุปสรรค หาก listing committee อนุมัติ Unitree น่าจะ list ได้ภายในกลางปี 2026 และเม็ดเงินจาก IPO จะเริ่มไหลเข้าสู่แผน SEA expansion ตามมา

หากต้องการประเมิน ROI ของหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์สำหรับธุรกิจของคุณ หรือต้องการคำแนะนำว่า G1 หรือ AgiBot X2 เหมาะกับ use case ไหนในไทยมากกว่า สามารถติดต่อทีมงานได้ที่ หน้าติดต่อ เพื่อขอคำปรึกษาเพิ่มเติม

FAQ ที่เกี่ยวข้อง

หาก Unitree IPO สำเร็จ ราคา G1 ในไทยจะลดลงเมื่อไหร่และเท่าไหร่?

Gross margin ปัจจุบันของ Unitree อยู่ที่ 59.5% ซึ่งสูงมากสำหรับธุรกิจฮาร์ดแวร์ เมื่อฐานการผลิตใหม่ (หนึ่งในแผนใช้เงิน IPO) เปิดดำเนินการและ capacity ขยายเป็น 10,000–20,000 ตัวต่อปี ต้นทุนต่อหน่วยจะลดลง ทำให้ Unitree มีพื้นที่ปรับราคา G1 ลง หาก Unitree ตั้งพาร์ตเนอร์ใน SEA อย่างเป็นทางการ ราคาในไทยอาจลดลงได้ประมาณ 15–25% จากราคาปัจจุบัน ขึ้นอยู่กับภาษีนำเข้า ราคา G1 ปัจจุบัน USD 16,000 (ประมาณ 570,000 บาท) คิดที่อัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 35.5 บาท/USD

Unitree มีพาร์ตเนอร์จำหน่ายในไทยแล้วหรือยัง?

ณ พฤษภาคม 2026 Unitree ยังไม่มีพาร์ตเนอร์อย่างเป็นทางการในไทย ต่างจาก AgiBot ที่มี GULF Group และ Metthier-COM7 รับรองแล้ว ผู้ซื้อไทยสามารถสั่งผ่านเว็บไซต์ Unitree.com โดยตรง หรือ Amazon US ที่ราคา $17,990 (ประมาณ 639,000 บาท) แต่ต้องตรวจสอบภาษีนำเข้า ค่าขนส่ง และ warranty coverage ก่อน เพราะยังไม่มี local service center ในไทย

STAR Market Fast-Track คืออะไร และทำไมการผ่านภายใน 73 วันจึงสำคัญ?

STAR Market (科创板) คือตลาดหลักทรัพย์ hi-tech ของ SSE เซี่ยงไฮ้ สำหรับบริษัท hard technology กระบวนการ listing ปกติใช้เวลา 3–6 เดือนหลังยื่น แต่ SSE นำ Pre-Screening Mechanism มาใช้ในมิถุนายน 2025 เพื่อเร่งสำหรับบริษัทที่ตรงนโยบาย AI และ robotics ของชาติ Unitree เป็นบริษัทที่สองที่ได้รับสิทธิ์นี้ การผ่านเร็วในระดับ 73 วันสื่อให้เห็นว่ารัฐบาลจีนมองหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เป็น strategic sector ที่ต้องการความแข็งแกร่งทางการเงินอย่างเร่งด่วน ซึ่งส่งผลต่อ roadmap การขยายตลาด SEA

Unitree G1 เทียบกับ AgiBot X2 สำหรับ service robot ในไทย ตัวไหนเหมาะกว่า?

Unitree G1 (127 ซม., 35 กก., ราคา USD 16,000 ≈ 570,000 บาท) มีราคาถูกกว่า AgiBot X2 (131 ซม., 35 กก., ราคา USD 20,000+ ≈ 710,000 บาท) และมี degrees of freedom มากกว่า แต่ยังขาดพาร์ตเนอร์ไทยและ local training data ภาษาไทย AgiBot X2 ได้เปรียบด้านระบบ multimodal AI สำหรับ customer service และมีทีม support ในไทยผ่าน GULF Group แล้ว สำหรับงาน research หรือ industrial inspection G1 คุ้มค่ากว่า สำหรับงาน hospitality ที่ต้องสื่อสารภาษาไทยตอนนี้ AgiBot X2 พร้อมกว่า

แบรนด์ที่กล่าวถึงในบทความ

บทความที่เกี่ยวข้อง

Industrial automation
news

AgiBot รุก SEA ถึงไทย: ฮิวแมนนอยด์ ฿7 แสน/ตัว สุวรรณภูมิรอรับ 2026

AgiBot เปิดตัวที่จาการ์ตา 21 พ.ค. ขณะไทยมีพาร์ตเนอร์รอแล้ว 2 ราย GULF Group และ Metthier-COM7 เตรียมนำฮิวแมนนอยด์ ฿7-8 แสน ให้บริการสนามบินสุวรรณภูมิภายในปี 2026

Industrial automation
news

AMR อาเซียนพุ่ง: Arrow-onsemi สัมมนากรุงเทพฯ บทเรียนคลังสินค้าไทย 2026

Arrow Electronics และ onsemi จัดสัมมนา AMR เต็มวันที่กรุงเทพฯ 21 พ.ค. 2026 ยืนยันตลาด AMR ไทยโต CAGR 21.5% และ Pudu T150 AMR พร้อมจำหน่ายในไทยแล้ว

Industrial automation
news

Boston Dynamics Atlas Whole-Body AI ยก 50 กก.: นัยสำคัญสำหรับโรงงานไทย 2026

Boston Dynamics เปิดเทคนิค Whole-Body Physical AI ให้ Atlas ยกของหนักถึง 50 กก. โดยไม่พึ่งวิชันเป็นหลัก Hyundai วางแผน 30,000 ตัวต่อปี โรงงานไทยในย่าน EEC และ Tier-1 ยานยนต์ต้องเตรียมพร้อม