Unitree H2 Plus + NVIDIA GR00T: ฮิวแมนนอยด์ 75 DOF ผลต่อไทย 2026
NVIDIA เปิด Isaac GR00T + Unitree H2 Plus ฮิวแมนนอยด์ 75 DOF ที่ Computex 2026 ร่วมกับ Sharpa สิงคโปร์ ราคาเริ่ม ฿1.08 ล้าน มหาวิทยาลัยและ EEC ไทยสนใจ 2026
TL;DR — NVIDIA ร่วมกับ Unitree (จีน) และ Sharpa (สิงคโปร์) ประกาศแพลตฟอร์มฮิวแมนนอยด์วิจัยเปิด Isaac GR00T ที่งาน Computex 2026 กรุงไทเป เมื่อ 1 มิถุนายน 2026 ตัวหุ่นคือ Unitree H2 Plus สูง 180 ซม. หนัก 68 กก. มี 75 degrees of freedom รวมมือ Sharpa Wave ห้านิ้ว ขับเคลื่อนด้วย Jetson AGX Thor T5000 (Blackwell GPU 2,070 FP4 TFLOPS) ราคา H2 รุ่น Standard USD 29,900 (~฿1.08 ล้าน) ส่วน H2 Plus วางจำหน่ายตุลาคม 2026 — เป็นสัญญาณว่าฮิวแมนนอยด์เปิดแพลตฟอร์มสำหรับมหาวิทยาลัยไทยและ EEC ใกล้ถึงแล้ว
ทำไม NVIDIA + Unitree ถึงสำคัญสำหรับผู้ซื้อและนักวิจัยไทย 2026
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ฮิวแมนนอยด์ถูกมองเป็น “ของเล่นแล็บ” ราคาสูง ซอฟต์แวร์ปิด และต้องรอ vendor เปิด API ทีละขั้น ทีมงานวิจัยที่ต้องการทดลองต้องลงทุนซื้อทั้งฮาร์ดแวร์และพัฒนา software stack ของตัวเองตั้งแต่ต้น ซึ่งมีต้นทุนและเวลาสูงมาก
NVIDIA Isaac GR00T เปลี่ยนภาพนี้โดยสิ้นเชิง: open foundation model N1 พร้อม software stack ครบชุด — ตั้งแต่การเก็บ dataset, simulation ใน Isaac Sim, training, evaluation จนถึง deployment — เปิดให้นักวิจัยและทีม engineering ทั่วโลกใช้ฟรี รวมถึงนักวิจัยไทยที่สามารถ fine-tune model นี้บน domain-specific data ของตัวเองได้ทันที
สำหรับไทย นี่คือ opportunity แรกที่มหาวิทยาลัยอย่าง จุฬาลงกรณ์, KMITL, KMUTT, Mahidol และ AIT สามารถซื้อแพลตฟอร์มฮิวแมนนอยด์มาตรฐานเดียวกับ ETH Zurich และ Stanford ได้โดยตรงจาก Unitree ในราคาที่เข้าถึงได้ และยิ่งไปกว่านั้น Sharpa บริษัทมือหุ่นยนต์สัญชาติ สิงคโปร์ คือผู้ผลิตมือสำหรับแพลตฟอร์มนี้ — สะท้อนว่า ASEAN เริ่มเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานฮิวแมนนอยด์ระดับโลก
เหตุการณ์ที่ Computex 2026: Jensen Huang ประกาศ Isaac GR00T
งาน Computex 2026 ที่ไทเป คือเวทีที่ CEO Jensen Huang แห่ง NVIDIA เลือกประกาศ NVIDIA Isaac GR00T Reference Humanoid Robot เมื่อ 1 มิถุนายน 2026 — วันเดียวกับที่ Unitree ยื่นข่าวผ่าน PR Newswire APAC อย่างเป็นทางการ
การประกาศนี้เป็นความร่วมมือสามฝ่ายระหว่าง NVIDIA (แพลตฟอร์ม AI และคอมพิวเตอร์), Unitree จากจีน (โครงสร้างร่างกายฮิวแมนนอยด์) และ Sharpa จากสิงคโปร์ (มือ tactile ห้านิ้ว) — แต่ละฝ่ายมีความเชี่ยวชาญเฉพาะที่อีกฝ่ายไม่มี ทำให้ผลรวมได้ระบบที่สมบูรณ์กว่าการพัฒนาคนเดียว
CNBC รายงานว่า Huang มองว่านี่คือ “ก้าวสำคัญ” สู่หุ่นยนต์ที่ “สามารถทำงานจริง” ไม่ใช่แค่ demo ในห้องแล็บ โดย NVIDIA ระบุว่า Isaac GR00T เป็น “แพลตฟอร์มฮิวแมนนอยด์เปิดตัวแรกของโลก” ที่รวม reference hardware design และ software stack ทั้งหมดในชุดเดียว เพื่อให้นักวิจัยไม่ต้องเริ่มจากศูนย์
สเปกจริงของ Unitree H2 Plus: 75 DOF, Blackwell GPU, แบตเตอรี่ 3 ชั่วโมง
Unitree H2 Plus ประกอบด้วยสามส่วนหลักที่ผสานกันได้ลงตัว:
โครงร่างกาย (Body) — Unitree H2 Plus:
- ความสูง 180 ซม. น้ำหนัก 68 กก. (150 lbs)
- 31 degrees of freedom ทั่วร่างกาย
- แรงบิดแขน (arm torque) สูงสุด 120 N·m
- แรงบิดขา (leg torque) สูงสุด 360 N·m
- Payload แขน: รับน้ำหนักได้ 7 กก. (rated), สูงสุด 15 กก. (peak)
- กล้อง stereo บนหัว: มุมมอง 140° แนวนอน / 102° แนวตั้ง พร้อมกล้องข้อมือสำหรับงานระยะใกล้
มือ Sharpa Wave (Dual Hands):
- นิ้วห้านิ้วแบบ tactile สำหรับแต่ละมือ
- 22 DOF ต่อมือ รวมทั้งสองข้าง = 44 DOF
- รวมกับร่างกาย 31 DOF = 75 degrees of freedom ทั้งระบบ
คอมพิวเตอร์ NVIDIA Jetson AGX Thor T5000:
- GPU Blackwell: 2,070 FP4 TFLOPS
- CPU: 14-core ARM
- หน่วยความจำรวม: 128 GB unified memory
- ช่วงพลังงาน: 40–130W (configurable ปรับตามภาระงาน)
- แบตเตอรี่: 15 Ah (~1 kWh) — ทำงานได้ ประมาณ 3 ชั่วโมง ต่อชาร์จ
ตัวเลขที่น่าสนใจที่สุดคือ 75 DOF ซึ่งสูงกว่า Boston Dynamics Atlas (28 DOF) อย่างมีนัยสำคัญ และสูสีกับ Figure 03 ที่ตลาดกล่าวถึงในระดับเดียวกัน ขณะที่ราคายังต่ำกว่าอย่างชัดเจน
Sharpa Wave — มือห้านิ้วจากสิงคโปร์ที่ทำให้ฮิวแมนนอยด์จับชิ้นงานได้แบบมนุษย์
ส่วนที่ทำให้ H2 Plus แตกต่างจาก Unitree รุ่นก่อนอย่าง G1 หรือ H1 อย่างชัดเจนคือมือ Sharpa Wave The Star Malaysia รายงานว่า Sharpa เป็นบริษัทสัญชาติ สิงคโปร์ ที่เชี่ยวชาญมือหุ่นยนต์แบบ tactile โดยเฉพาะ — นิ้วมีเซ็นเซอร์แรงสัมผัสตลอดความยาว ช่วยให้หุ่นยนต์จับชิ้นงานบอบบางได้โดยไม่เสียหาย เช่น ไข่ หลอดไฟ หรือชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์บนสายการประกอบ
NVIDIA Newsroomระบุว่า H2 Plus ออกแบบมาสำหรับ “precise dexterous manipulation” ตัวอย่าง use case ที่ NVIDIA ยกไว้ในการประกาศ ได้แก่:
- การประกอบคอมพิวเตอร์ — หยิบ component ขนาดเล็ก ใส่ slot ด้วย force feedback
- การให้น้ำเกลือทางหลอดเลือด (IV drip) — งานทางการแพทย์ที่ต้องการ precision สูง
ทั้งสองอย่างนี้คืองานที่มือทั่วไปของหุ่นยนต์ทำได้ไม่ดีพอ เพราะขาด tactile feedback ที่มือ Sharpa Wave มีอยู่
การที่ Sharpa มาจากสิงคโปร์ — ไม่ใช่จีนหรือสหรัฐฯ — สะท้อนว่า ASEAN เริ่มมีบทบาทในห่วงโซ่อุปทานฮิวแมนนอยด์ระดับโลก และเป็นสัญญาณว่าบริษัทเทคโนโลยีในภูมิภาคนี้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศนี้ในอนาคตอันใกล้
สถาบันวิจัยชั้นนำโลกที่ยืนยันใช้ H2 Plus แล้ว
NVIDIA ประกาศว่าสถาบันต่อไปนี้ได้ยืนยันการนำ H2 Plus ไปใช้เป็นกลุ่มแรก:
| สถาบัน | ประเทศ | จุดเด่นด้าน robotics |
|---|---|---|
| Ai2 (Allen Institute for AI) | สหรัฐฯ | Physical AI, embodied intelligence |
| ETH Zurich | สวิตเซอร์แลนด์ | Legged robotics, whole-body control |
| Stanford Robotics Center | สหรัฐฯ | Dexterous manipulation, imitation learning |
| UC San Diego ARCL | สหรัฐฯ | Locomotion, whole-body planning |
ทั้งสี่สถาบันล้วนเป็นชื่อแรกๆ ในวงการ physical AI ระดับโลก ความสำคัญสำหรับไทยคือ: dataset และ model weight ที่สถาบันเหล่านี้พัฒนาบน Isaac GR00T จะ compatible กับ H2 Plus ที่มหาวิทยาลัยไทยซื้อได้โดยตรง นั่นหมายความว่า transfer learning ข้ามสถาบันจะเป็นไปได้จริงในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อนในวงการฮิวแมนนอยด์
South China Morning Post รายงานว่าเป้าหมายของ NVIDIA คือ “robots that can perform real work” — ไม่ใช่แค่ demo — ซึ่งชี้ว่าแพลตฟอร์มนี้ออกแบบมาให้ข้ามจุด “research toy” สู่ระบบที่ใช้งานได้จริงในปีงบประมาณ 2027–2028
ราคาในเงินบาทและผลต่อตลาดไทย
ณ เดือนมิถุนายน 2026 ที่อัตราแลกเปลี่ยนประมาณ 36 บาท/USD ราคา Unitree H2 รุ่นต่างๆ เปรียบเทียบกันดังนี้:
| รุ่น | ราคา USD | ราคา THB (ประมาณ) | เหมาะสำหรับ |
|---|---|---|---|
| H2 Standard | USD 29,900 | ~฿1.08 ล้าน | งานวิจัยเบื้องต้น |
| H2 Commercial | USD 40,900 | ~฿1.47 ล้าน | Pilot ในองค์กร |
| H2 EDU | USD 68,900 | ~฿2.48 ล้าน | Lab เต็มรูปแบบ |
| H2 Plus (Isaac GR00T) | ยังไม่ประกาศ | คาดสูงกว่า Standard | วิจัย + full AI stack |
หมายเหตุ: ราคา THB เป็นการประมาณการ ภาษีนำเข้า ค่าขนส่ง และค่าตัวแทนจำหน่ายในไทยอาจเพิ่มต้นทุนรวม 15–30%
ราคาระดับ ฿1–1.5 ล้าน สำหรับฮิวแมนนอยด์เต็มตัวพร้อม open AI stack ถือว่าต่ำกว่าที่วงการคาดไว้มาก — เทียบได้กับรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นกลาง และต่ำกว่าเครื่อง CNC 5-axis ระดับกลางที่โรงงาน EEC ใช้อยู่ทั่วไป นั่นเปิดประตูสู่ผู้ใช้หลักสามกลุ่มในไทย:
1. มหาวิทยาลัยและ NECTEC/NSTDA — ที่มีงบ equipment 1–3 ล้านบาทต่อปี สามารถซื้อ H2 ได้ในปีงบประมาณเดียว และใช้ Isaac GR00T N1 เป็น foundation model โดยไม่ต้องพัฒนาจากศูนย์
2. นิคมอุตสาหกรรม EEC — โดยเฉพาะ WHA Industrial Estate และ Amata City ที่มีฐานลูกค้า automotive และ electronics ซึ่งอาจสนับสนุน pilot cost ผ่านมาตรการ BOI สำหรับ automation R&D
3. โรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่ — ที่ NVIDIA ระบุ use case “IV drip administration” ตรงๆ ซึ่งสอดคล้องกับการขาดแคลน nursing staff ในไทย
อย่างไรก็ตาม มีความไม่แน่นอนที่ต้องติดตาม: H2 Plus ยังไม่มีราคาอย่างเป็นทางการ กำหนดวางจำหน่ายเดือนตุลาคม 2026 และ Unitree ยังไม่ประกาศตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในไทยหรือ SEA
เปรียบเทียบกับ Platform อื่น: Isaac GR00T ต่างออกไปอย่างไร
ก่อน Isaac GR00T ฮิวแมนนอยด์สำหรับวิจัยแบ่งเป็นสองค่ายหลัก:
Closed platform — Boston Dynamics Atlas research (ราคาหลักหลายล้านบาท, API จำกัด) และ Figure 03 ที่เน้น enterprise production line เพียงอย่างเดียว ทีมภายนอกเข้าถึงได้ยาก
Open แต่ซับซ้อน — Agility Robotics Digit มี API เปิดบางส่วน แต่ ecosystem ยังเล็ก และราคา hardware สูงกว่า H2 Plus
Isaac GR00T เปิด foundation model N1 ทั้งหมด บน GitHub ให้นักวิจัยสามารถ fine-tune บน domain-specific data ได้ทันที โดยใช้ Isaac Sim สำหรับ synthetic data generation ก่อน deploy กับ H2 Plus จริง — ลดเวลาพัฒนา manipulation skill ใหม่จากเดือนเป็นสัปดาห์
สำหรับทีมวิจัยไทยที่ยังไม่มี physical robot แต่มีกำลัง compute เส้นทาง pre-train ใน Isaac Sim ก่อน → ซื้อ H2 Plus มา fine-tune ทีหลัง เป็นวิธีที่ประหยัดและ practical ที่สุดในบริบทปัจจุบัน
ต้องการทำความเข้าใจภาพรวมฮิวแมนนอยด์ในตลาดไทย หรือข้อมูลเพิ่มเติมของ Unitree ในไทย? ทั้งสองหน้านี้อัปเดตอย่างต่อเนื่องพร้อมราคาและ use case ในบริบทไทย
สิ่งที่มหาวิทยาลัยและองค์กรไทยควรทำต่อไป
สำหรับมหาวิทยาลัยและ NECTEC/NSTDA:
- เริ่ม pre-training งาน manipulation ด้วย NVIDIA Isaac Sim (ฟรี) ตั้งแต่วันนี้ โดยไม่ต้องรอหุ่นจริง
- ลงทะเบียนรับข้อมูล H2 Plus ล่วงหน้าที่ shop.unitree.com ซึ่งคาดว่าจะวางจำหน่ายตุลาคม 2026
- ยื่นขอทุน NSTDA / Thailand Research Fund สำหรับ “Physical AI Research Platform” — Isaac GR00T เป็นหลักฐานที่ทำให้การของบฮิวแมนนอยด์มีน้ำหนักมากขึ้น
สำหรับโรงงานและนิคมอุตสาหกรรม EEC:
- ขอข้อมูลเพิ่มเติมจาก Unitree distributor ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพื่อเตรียม Proof of Concept ในปี 2027
- พิจารณา AGV/AMR ก่อนสำหรับงาน material handling ระยะใกล้ เพราะ ROI ชัดเจนกว่าและ implementation เร็วกว่า ก่อนก้าวสู่ฮิวแมนนอยด์ที่ต้องการ roadmap ยาวกว่า
- ใช้ ROI Calculator ของเราประเมินความคุ้มค่าเบื้องต้นก่อนตัดสินใจลงทุน
การประกาศ Isaac GR00T + Unitree H2 Plus เมื่อ 1 มิถุนายน 2026 เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าฮิวแมนนอยด์ไม่ใช่แค่ “อนาคต” อีกต่อไป — มันกำลังกลายเป็น platform ที่ซื้อและทดลองได้จริงในระดับมหาวิทยาลัยและนิคมอุตสาหกรรม ไทยที่มีฐาน automotive และ electronics manufacturing แข็งแกร่งใน EEC มีเหตุผลที่ดีที่จะ track เทคโนโลยีนี้อย่างจริงจังตั้งแต่วันนี้
FAQ ที่เกี่ยวข้อง
ราคา Unitree H2 Plus ในปี 2026 เป็นเงินบาทเท่าไหร่?
รุ่น H2 Standard ราคา USD 29,900 หรือประมาณ ฿1.08 ล้าน ที่ 36 บาท/USD รุ่น H2 Commercial อยู่ที่ USD 40,900 (~฿1.47 ล้าน) และ H2 EDU อยู่ที่ USD 68,900 (~฿2.48 ล้าน) สำหรับ H2 Plus รุ่นที่ใช้คู่กับ Isaac GR00T ยังไม่เปิดเผยราคา คาดวางจำหน่ายตุลาคม 2026 โปรดบวกค่าภาษีนำเข้า ค่าขนส่ง และค่าตัวแทนจำหน่ายเพิ่มอีกประมาณ 15–30%
Isaac GR00T N1 คืออะไร และต่างจาก AI platform ของ Boston Dynamics หรือ Figure AI อย่างไร?
Isaac GR00T N1 คือ open humanoid foundation model ของ NVIDIA ที่เผยแพร่ให้ทุกคนใช้ฟรี ครอบคลุม data collection, simulation (Isaac Sim), training, evaluation และ deployment ในชุดเดียว ต่างจาก Boston Dynamics และ Figure AI ที่ใช้ closed platform ไม่เปิด source code ให้ third-party นักวิจัยไทยสามารถ fine-tune N1 บน domain-specific dataset ของตัวเองได้ทันทีโดยไม่ต้องรอ vendor อนุมัติ
มหาวิทยาลัยไทยสถาบันใดบ้างที่มีศักยภาพนำ H2 Plus ไปวิจัยได้?
สถาบันที่มีศักยภาพสูงได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์, ME), KMITL (Robotics Engineering), KMUTT, มหาวิทยาลัยมหิดล (Biomedical Engineering) และ AIT รวมถึง NECTEC ภายใต้ สวทช. ที่มีงบวิจัยด้านหุ่นยนต์โดยตรง ณ ปี 2026 ยังไม่มีสถาบันไทยใดประกาศสั่งซื้ออย่างเป็นทางการ
โรงงานใน EEC จะนำ H2 Plus มา pilot ได้เมื่อใด และต้นทุนรวมเท่าไหร่?
H2 Plus วางจำหน่ายตุลาคม 2026 โรงงาน EEC ที่สนใจ pilot ควรเผื่อเวลา 3–6 เดือนสำหรับทดสอบและ integration ต้นทุนเบื้องต้นประกอบด้วย hardware (ประมาณ ฿1.5–2.5 ล้านต่อตัว ขึ้นกับรุ่น) ค่า integration engineer 2–4 เดือน (~฿300,000–600,000) และโครงสร้าง workspace เพิ่มเติม ทำให้ต้นทุน pilot จริงอยู่ที่ประมาณ ฿2–3 ล้านต่อโครงการ