ข้ามไปที่เนื้อหา
Youshouldautomatethat youshouldautomatethat
Unitree Go2 quadruped robot
news

Unitree บุกยุโรป 22 ก.ค. 2026 — ฮิวแมนนอยด์จีนรายแรกสู่ตลาดตะวันตก ผู้ซื้อไทยต้องรู้

Unitree H1 Pro เปิดตัวเชิงพาณิชย์ในยุโรป 22 ก.ค. 2026 เป็นฮิวแมนนอยด์จีนรายแรกในตลาดตะวันตก ก่อน Asia rollout 5 ส.ค. วิเคราะห์ผลต่อผู้ซื้อไทย

โดย Pongsiri Trivittayasil · ·8 นาที
#unitree#humanoid#europe-launch#global-expansion#thailand#buying-guide

TL;DRUnitree เปิดตลาดยุโรปอย่างเป็นทางการวันที่ 22 กรกฎาคม 2026 ด้วย H1 Pro กลายเป็นฮิวแมนนอยด์จีนรายแรกที่เข้าสู่ตลาดตะวันตกเชิงพาณิชย์ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่สัปดาห์หลัง Pentagon ขึ้นบัญชีบริษัทตาม Section 1260H และรัฐสภาสหรัฐเสนอ GUARD Act ห้ามขายหุ่นยนต์จีน Asia rollout กำหนดวันที่ 5 สิงหาคม 2026 — ก่อน North America ถึง 7 วัน — เป็นสัญญาณที่ผู้ซื้อไทยทุกรายที่ประเมิน Unitree อยู่ต้องติดตามใกล้ชิด

ทำไมการบุกยุโรปของ Unitree จึงสำคัญสำหรับตลาดไทย

ตลาดฮิวแมนนอยด์ในไทยยังอยู่ในช่วงต้นของ adoption curve แต่มหาวิทยาลัยและภาคเอกชนหลายแห่งกำลังประเมิน Unitree อย่างจริงจัง ทั้ง G1, H1, Go2 และ B2 ล้วนมีผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายในไทยแล้ว

การที่ Unitree เปิดตัวเชิงพาณิชย์ในยุโรปสำเร็จหมายถึงหลายสิ่งสำหรับผู้ซื้อในภูมิภาคนี้:

  • CE compliance: การขายในยุโรปต้องผ่าน Machinery Directive (2006/42/EC) และ Radio Equipment Directive ซึ่งบ่งชี้ว่า H1 Pro ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากลที่เข้มงวดกว่า ASEAN — เป็นข้อมูลที่สำคัญสำหรับผู้ซื้อสถาบันไทยที่ต้องการ reference มาตรฐานภายนอก
  • Global support network: Unitree ต้องสร้างโครงสร้าง after-sales และ spare parts ในยุโรป ซึ่งโดยทางอ้อมยกระดับ support ทั่วโลกรวมถึงไทย ตัวแทนในภูมิภาคจะมีช่องทาง escalation ที่ชัดเจนขึ้น
  • ความน่าเชื่อถือในตลาด enterprise: การมีฐานลูกค้าในยุโรปทำให้ผู้ซื้อสถาบันไทยอ้างอิงกรณีศึกษาต่างประเทศได้ง่ายขึ้นเมื่อต้องขอ approval ภายในองค์กร
  • การแข่งขันกับตะวันตก: การเข้าตลาดเดียวกับ Boston Dynamics Atlas HD และ Figure AI Figure 03 ทำให้ผู้ซื้อสามารถเปรียบเทียบ spec-per-dollar ได้ในทางปฏิบัติ

สิ่งที่เกิดขึ้น: Unitree เปิดตลาดยุโรปอย่างเป็นทางการ 22 ก.ค. 2026

เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2026 Unitree Robotics เปิดตัว H1 Pro ในตลาดยุโรปอย่างเป็นทางการ นับเป็นฮิวแมนนอยด์จีนรายแรกที่เข้าสู่ตลาดตะวันตกในเชิงพาณิชย์ — ไม่มีแบรนด์ฮิวแมนนอยด์ใดเคยพยายาม coordinate entry ใน Europe, Asia และ North America ในช่วงเวลา 3 สัปดาห์มาก่อน

ตารางการเปิดตลาดที่ประกาศ:

ตลาดวันที่เปิดตัว
ยุโรป22 กรกฎาคม 2026
เอเชีย (น่าจะรวม ASEAN และไทย)5 สิงหาคม 2026
อเมริกาเหนือ12 สิงหาคม 2026

Unitree Robotics (ชื่อทางการ: Hangzhou Yushu Technology Co., Ltd.) ก่อตั้งที่หางโจว จีน ปี 2025 บริษัทส่งมอบฮิวแมนนอยด์กว่า 5,500 ตัว และ IPO prospectus ที่ยื่นในปี 2026 อ้างสัดส่วน 32.4% ของยอดส่งมอบฮิวแมนนอยด์ทั่วโลก ซึ่งถ้าตัวเลขนี้ถูกต้องก็หมายความว่า Unitree คือแบรนด์อันดับ 1 ด้านปริมาณ unit shipment ในตลาดโลก ณ ปัจจุบัน (ตัวเลขนี้มาจาก prospectus ของบริษัทเอง ยังไม่ผ่านการยืนยันอิสระ)

บริบทกดดัน: GUARD Act และ Pentagon Section 1260H

การบุกยุโรปของ Unitree เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันเชิงนโยบายอย่างรุนแรงในสหรัฐอเมริกา ผู้ซื้อไทยต้องเข้าใจบริบทนี้ แม้จะไม่ส่งผลโดยตรง:

3 มิถุนายน 2026 — GUARD Act (H.R. 9129): รัฐสภาสหรัฐเสนอร่างกฎหมาย “Guarding the U.S. Against Adversarial Robotics Dominance Act” แบบ bipartisan โดย Rep. John Moolenaar (R-MI), Jay Obernolte (R-CA) และ Jennifer McClellan (D-VA) ถ้าผ่านจะใช้กลไก FCC Covered List ห้ามขายหุ่นยนต์จีนบางประเภทในตลาดสหรัฐ ร่างฉบับนี้ ขยายกลไกเดิมที่ใช้กับ Huawei, ZTE ในอุปกรณ์โทรคมนาคม มาสู่ระบบหุ่นยนต์เป็นครั้งแรก

8 มิถุนายน 2026 — Section 1260H: Pentagon เพิ่ม Unitree เข้าบัญชีบริษัทจีนที่เชื่อมโยงกับกองทัพ PLA ห้ามหน่วยงาน DoD จัดซื้อสินค้าจาก Unitree มีผลหลัง 30 มิถุนายน รายละเอียดครบถ้วนอยู่ที่บทความวิเคราะห์ 1260H ของเรา

ความสำคัญที่ยังไม่เปลี่ยน:

  • GUARD Act ยังไม่เป็นกฎหมาย — ยังเป็นร่างที่ต้องผ่านสภาผู้แทนและวุฒิสภา
  • 1260H มีผลเฉพาะหน่วยงาน DoD สหรัฐ — บริษัทไทยเอกชนที่ไม่รับเงิน DoD ไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง
  • ความเสี่ยงทางอ้อม: ถ้ากฎหมายผ่านหรือมีการขยาย export control อาจส่งผลต่อ supply chain ชิ้นส่วนและ software ของ Unitree ในระยะกลาง

Unitree Lineup ครบวงจรปี 2026: สเปคและราคา

ก่อนตัดสินใจ ผู้ซื้อไทยควรรู้จัก lineup ทั้งหมดของ Unitree ในปี 2026 เพื่อเลือกรุ่นที่ตรงกับ use case และงบประมาณ:

รุ่นความสูงน้ำหนักpayload แขนความเร็วเดินราคา list (USD)ราคาประมาณ (THB)
G1 (base)127 cm35 kg2 kg2.0 m/s$16,000฿574,000
G1 EDU127 cm35 kg3 kg2.0 m/s$43,900฿1,576,000
H1 Pro180 cm47 kg3.3 m/s*~$90,000–$128,900฿3.2–4.6 ล้าน
H2182 cm70 kg15 kg (peak)1.5 m/s$29,900฿1.07 ล้าน
H2 Plus182 cm~70 kg15 kg (peak)1.5 m/s$100,000฿3.6 ล้าน

*H1 Pro ครองสถิติโลกความเร็วเดินฮิวแมนนอยด์ที่ 3.3 m/s ณ ปัจจุบัน

ราคา THB คำนวณที่ USD/THB ≈ 35.9 ราคาจริงในไทยจะสูงกว่า 10–20% เมื่อรวมภาษีนำเข้าและ VAT

H2 ($29,900) — ตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุดสำหรับไทย: มี 31 DoF torque สูงสุดที่ขา 360 N·m และแขน 120 N·m แบตเตอรี่ 972 Wh (75.6V) ใช้งานได้ประมาณ 3 ชั่วโมง เหมาะสำหรับ research lab ที่ต้องการแพลตฟอร์ม manipulation ราคาเข้าถึงได้

H2 Plus ($100,000) — reference humanoid แรกของ NVIDIA บน Isaac GR00T platform พร้อม Jetson Thor compute และมือ 5 นิ้ว tactile 75 DoF รวม กำหนดส่งมอบปลายปี 2026 เหมาะกับงาน AI ขั้นสูงที่ต้องการ on-device compute สูงสุดและ feedback ระดับ haptic

แผน Asia Rollout 5 สิงหาคม: ไทยและ ASEAN อยู่ที่ไหน

ตามตารางที่ Unitree ประกาศ ตลาด Asia จะ rollout วันที่ 5 สิงหาคม 2026 ก่อน North America ถึง 7 วัน สะท้อนความสำคัญของตลาดเอเชียในยุทธศาสตร์ Unitree ที่มีรากฐานอยู่ในภูมิภาคนี้มาตั้งแต่ต้น

สำหรับไทยโดยเฉพาะ ปัจจัยที่น่าสังเกต:

เครือข่ายที่มีอยู่แล้ว: Unitree มีตัวแทนไม่เป็นทางการในไทยมาระยะหนึ่งแล้ว — G1 และ Go2 ถูกสาธิตในมหาวิทยาลัยวิจัยและงานอุตสาหกรรมหลายแห่ง Asia rollout อย่างเป็นทางการจะทำให้ support structure ชัดเจนขึ้น มีช่องทาง warranty claim และ spare parts ที่กำหนดไว้

กลุ่มเป้าหมายหลักในไทย:

  • มหาวิทยาลัยวิจัย: KMUTT, KMITL, Chulalongkorn, Kasetsart, NECTEC สำหรับงาน locomotion, manipulation และ AI
  • โรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่: pilot งานขนส่งภายในอาคาร เช็คอินเบื้องต้น
  • สนามบินสุวรรณภูมิ/ดอนเมือง: งาน wayfinding และบริการผู้โดยสาร
  • โรงแรมระดับ 5 ดาว: concierge, delivery ในห้อง, lobby service

งบประมาณ pilot: H2 ที่ $29,900 (ประมาณ ฿1.07 ล้าน) อยู่ในช่วงที่ทีม R&D หรือ innovation lab ของบริษัทขนาดกลาง-ใหญ่พิจารณาได้ เป็นจุดเริ่มต้นที่ต่ำกว่า Atlas HD หรือ Figure 03 อย่างมีนัยสำคัญ

ความเสี่ยงและปัจจัยที่ผู้ซื้อไทยต้องชั่งน้ำหนัก

การบุกยุโรปของ Unitree ไม่ได้ลบความเสี่ยงเชิงโครงสร้างออกไป — ผู้ซื้อไทยต้องประเมินปัจจัยต่อไปนี้อย่างตรงไปตรงมาก่อนตัดสินใจ:

1. Supply Chain Dependency ระยะกลาง Unitree พึ่งพาชิ้นส่วนจากซัพพลายเออร์นอกจีน รวมถึง GPU และ compute สำหรับ H2 Plus บน NVIDIA Jetson Thor ถ้ามีการขยาย export control ระลอกใหม่อาจกระทบ firmware update และ roadmap รุ่นใหม่ในระยะ 2–3 ปี ผู้ซื้อควรถามตัวแทนว่ามี spare parts buffer กี่ปีและมีแผน localization ชิ้นส่วนอย่างไร

2. China National Intelligence Law มาตรา 7 พระราชบัญญัติความมั่นคงแห่งชาติจีน มาตรา 7 กำหนดให้ทุกบริษัทจีนต้องให้ความร่วมมือกับหน่วยข่าวกรองของรัฐเมื่อถูกร้องขอ ข้อมูลที่ผ่านระบบ AI ของหุ่นยนต์ Unitree — ภาพจากกล้อง เสียง แผนผังสถานที่ พฤติกรรมผู้ใช้ — อาจตกอยู่ภายใต้ข้อกำหนดนี้ในทางกฎหมาย บริษัทที่มีข้อมูลความลับทางธุรกิจสูงควรตรวจสอบว่ามี on-premise data processing option หรือไม่ ก่อนลงนามสัญญา

3. Early Stage Commercial Readiness แม้ Unitree จะส่งมอบ 5,500+ ตัวในปี 2025 แต่ฮิวแมนนอยด์ทั้งอุตสาหกรรมยังอยู่ใน early adoption — ยังไม่มีแบรนด์ใดพิสูจน์ TCO ที่แน่นอนสำหรับงาน production 24/7 เป็นเวลา 3–5 ปี ควรเริ่มด้วย pilot ขนาดเล็ก กำหนด KPI ชัดเจน และประเมินผลก่อนขยายขนาด

4. ทางเลือกเปรียบเทียบ ถ้าความเสี่ยงด้าน geopolitics หรือ data sovereignty เป็นข้อกังวลสำคัญ:

  • Boston Dynamics Atlas HD: reliability ระดับ enterprise สูงกว่า แต่ราคาและค่า integration สูงกว่ามาก
  • Figure AI Figure 03: ออกแบบมาสำหรับ logistics และ manufacturing แต่ยังไม่มีตัวแทนในไทย
  • UBTech Walker C1: ตัวเลือกจีนที่ยังไม่ติด 1260H ณ ปัจจุบัน เหมาะสำหรับงาน service ในโรงแรมและโรงพยาบาล

ขั้นตอนต่อไปสำหรับองค์กรไทย

ช่วงสัปดาห์นี้ถึง Asia rollout วันที่ 5 สิงหาคม 2026 คือเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเตรียมตัว:

  1. ติดต่อตัวแทนก่อน rollout: เพื่อขอ demo และ pricing อย่างเป็นทางการของ H1 Pro หรือ H2 ที่อาจมาพร้อม package ช่วง launch
  2. กำหนด use case ภายใน: หุ่นยนต์จะทำงานอะไร payload เท่าไหร่ ต้องการ uptime กี่ชั่วโมงต่อวัน สภาพแวดล้อมเป็น indoor controlled หรือ semi-outdoor
  3. ถามเรื่อง data flow: ข้อมูลจากกล้องและ LiDAR เก็บไว้ที่ไหน ส่งกลับ cloud จีนหรือไม่ มี on-premise option หรือไม่
  4. ตั้ง pilot 3–6 เดือน: อย่าซื้อฝูงก่อนมีข้อมูลจริงจากสภาพแวดล้อมของคุณเอง ฮิวแมนนอยด์ทุกแบรนด์ยังต้องการ customization และ integration อีกมาก
  5. วางแผน budget ให้ครบ: ราคา hardware เป็นเพียงส่วนหนึ่ง ค่า integration, training, maintenance contract และ software license รวมกันมักสูงกว่าราคาตัวเครื่อง 40–80%

หากต้องการให้ที่ปรึกษาช่วยประเมินว่า Unitree หรือแบรนด์ฮิวแมนนอยด์อื่นในตลาดเหมาะกับ use case ของคุณมากกว่า ติดต่อทีมงาน YSAT ได้เลย — เราช่วยวิเคราะห์ TCO เปรียบเทียบ spec และประเมิน risk โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

FAQ ที่เกี่ยวข้อง

Unitree เปิดตลาดยุโรปหมายความว่าอะไรสำหรับผู้ซื้อในไทยและ ASEAN?

การเข้าตลาดยุโรปอย่างเป็นทางการ 22 ก.ค. 2026 แสดงว่า Unitree ลงทุนสร้างเครือข่ายตัวแทน after-sales support และ CE compliance ใหม่ทั้งหมด Asia rollout กำหนด 5 ส.ค. 2026 น่าจะรวม ASEAN และไทย ทำให้ผู้ซื้อไทยเข้าถึงช่องทางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ พร้อม support structure ที่ชัดเจนขึ้นกว่าก่อนหน้านี้

GUARD Act ในสหรัฐมีผลต่อผู้ซื้อไทยหรือไม่?

GUARD Act (H.R. 9129) ยังเป็นร่างกฎหมาย ยังไม่ผ่านสภา ถ้าผ่านจะห้ามขาย Unitree ในตลาดสหรัฐเท่านั้น ไม่มีผลบังคับโดยตรงในไทย แต่ถ้าซัพพลายเออร์ชิ้นส่วนชาวอเมริกันถอน license อาจกระทบ roadmap สินค้าและ firmware update ของ Unitree ในระยะ 2–3 ปีข้างหน้า ผู้ซื้อควรถามตัวแทนถึงแผนสำรองชิ้นส่วนระยะยาว

H2 และ H2 Plus ราคาเท่าไหร่ และเหมาะกับงานอะไรในไทย?

H2 มีราคา list $29,900 (ประมาณ ฿1.07 ล้าน ที่ USD/THB ≈ 35.9) เหมาะสำหรับมหาวิทยาลัยและ research lab ทดสอบ locomotion และ manipulation H2 Plus อยู่ที่ $100,000 (ประมาณ ฿3.6 ล้าน) พร้อม NVIDIA Jetson Thor compute และมือ 5 นิ้ว tactile 75 DoF เหมาะกับงาน AI ขั้นสูง ทั้งคู่ยังอยู่ใน early adoption ไม่เหมาะ production 24/7 ค่า integration และ maintenance เพิ่มอีกประมาณ 40–60% ของราคาตัวเครื่อง

Unitree H1 Pro ที่เปิดตัวในยุโรปมีสเปคและราคาเท่าไหร่?

H1 Pro สูง 180 cm หนัก 47 kg ทำความเร็วเดิน world record 3.3 m/s มีราคา list ประมาณ $90,000–$128,900 (฿3.2–4.6 ล้าน ที่ USD/THB ≈ 35.9) ราคาจริงในไทยสูงกว่า 10–20% เมื่อรวมค่านำเข้า ภาษี และ service contract เหมาะกับ pilot ใน facility ขนาดใหญ่ เช่น สนามบิน โรงพยาบาล หรือโรงแรมระดับ 5 ดาว

แบรนด์ที่กล่าวถึงในบทความ

บทความที่เกี่ยวข้อง

LINE