ข้ามไปที่เนื้อหา
Youshouldautomatethat youshouldautomatethat
Unitree Go2 quadruped robot
news

Unitree G1+ ก.ย. 2026: คอขยับ 2 DOF มอเตอร์เย็นลง 72% ราคา ฿490K

15 ก.ย. 2026 Unitree เปิด G1+ อัปเกรด 6 จุด คอ 2 DOF ±110° มอเตอร์ไหล่ +110% แรง -72% ความร้อน ราคา RMB 95,000 (~฿490K) นัยสำหรับโรงแรมและโรงงานไทย

โดย Pongsiri Trivittayasil · ·8 นาที
#unitree#humanoid#g1-plus#service-robot#thailand#2026

TL;DRUnitree G1+ เปิดตัว 15 กันยายน 2026 ราคา RMB 95,000 (~$14,000, ประมาณ ฿490,000 ex-factory) เพิ่มขึ้น RMB 10,000 จากรุ่น G1 เดิม พร้อม 6 การอัปเกรดสำคัญ ได้แก่: คอใหม่ 2 DOF ที่หมุนได้ ±110° และก้มเงยได้ -25° ถึง +36°; มอเตอร์ไหล่และเอวแรงขึ้น 110% ร้อนน้อยลง 72%; มอเตอร์แขนแรงขึ้น 43% ร้อนน้อยลง 30%; ชาร์จไฟจากภายนอกแบบต่อเนื่อง; dual vision + tactile sensing; และ 6-mic audio array — สำหรับธุรกิจโรงแรม โรงพยาบาล และคลังสินค้าไทยที่กำลังพิจารณาฮิวแมนนอยด์ G1+ แก้ปัญหา heat ในสภาพอากาศร้อนของไทยได้ตรงจุด และเพิ่มความสามารถ interactive service ด้วยคอที่ขยับได้

ทำไม G1+ ถึงสำคัญสำหรับตลาดฮิวแมนนอยด์ไทย

Unitree Robotics คือผู้ผลิต ฮิวแมนนอยด์ จีนที่มีสถานะพิเศษในตลาดไทย — ในแง่ราคา G1 ที่ $13,500–16,000 ต่อยูนิต (ประมาณ ฿650,000–800,000 เมื่อนำเข้าถึงไทย) Unitree คือ entry point ที่ accessible ที่สุดสำหรับองค์กรไทยที่ต้องการทดลองฮิวแมนนอยด์จริงก่อนตัดสินใจขยายสเกล

แต่ G1 เดิมมีข้อจำกัดสองประการที่ฟีดแบ็กจากผู้ใช้งานจริงในตลาดเอเชียมักพูดถึงซ้ำ: คอที่ขยับไม่ได้ ทำให้หุ่นยนต์ต้องหมุนลำตัวทั้งตัวเพื่อมองด้านข้าง และ มอเตอร์ที่ร้อนเกินไปในสภาพแวดล้อมอุณหภูมิสูง ซึ่งทำให้ระบบ thermal throttle ลดแรงบิดลงเพื่อป้องกันความเสียหาย — สองปัญหานี้รุนแรงกว่าในประเทศไทยที่อุณหภูมิเฉลี่ย 28–38°C ตลอดทั้งปี

G1+ แก้ทั้งสองปัญหานี้ตรงจุด พร้อมเพิ่มฟีเจอร์ sensing และ audio อีกหลายด้าน — ในราคาที่เพิ่มขึ้นเพียง RMB 10,000 หรือประมาณ 11.8% จากรุ่นเดิม

6 การอัปเกรดหลักของ G1+: รายละเอียดเชิงเทคนิค

Pandaily รายงานว่า Unitree แบ่งการอัปเกรดออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ครอบคลุม 6 ด้านสำคัญ:

กลุ่มที่ 1: Motion Performance (ประสิทธิภาพการเคลื่อนไหว)

การอัปเกรดที่ 1 — คอ 2 DOF ใหม่ เป็นการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดที่สุดจากภายนอก G1 เดิมมีหัวที่ติดกับลำตัวแบบตายตัว G1+ เพิ่ม degree of freedom สองแกนอิสระ:

  • Pitch (ก้มเงย): -25° ถึง +36° — พยักหน้าตอบรับลูกค้า หรือมองลงพื้นตรวจสอบสิ่งกีดขวางได้
  • Yaw (หมุนซ้าย-ขวา): ±110° — ติดตามคนที่เดินผ่านได้โดยไม่ต้องหมุนลำตัว

ในบริบทบริการ ความสามารถนี้เปลี่ยน “ภาษากาย” ของหุ่นยนต์: G1+ ที่ “หันหน้า” หาแขกดูเป็นมิตรและเป็นธรรมชาติกว่า G1 เดิมที่ต้องหมุนทั้งตัว — ลด footprint ในทางเดินแคบ ลด cycle time การตอบสนอง และเพิ่ม user acceptance โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงอายุที่อาจกังวลกับหุ่นยนต์ที่เคลื่อนไหวกะทันหัน

การอัปเกรดที่ 2 — มอเตอร์ไหล่และเอว เป็นการปรับปรุงที่สำคัญที่สุดสำหรับสภาพแวดล้อมไทย:

  • Peak torque เพิ่มขึ้น 110% — สามารถยก ดัน และรับน้ำหนักได้แรงกว่าเดิมเกือบสองเท่าในจังหวะ peak load
  • ความร้อนที่เกิดขึ้นภายใต้ภาระงานเดิม ลดลง 72% — ตัวเลขนี้มีความหมายชัดเจน: มอเตอร์ที่เย็นกว่าหมายถึง thermal throttling น้อยกว่า uptime สูงกว่า และอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าในสภาพแวดล้อมไทยที่ร้อน

การอัปเกรดที่ 3 — มอเตอร์แขน อัปเกรดในระดับที่เล็กกว่าแต่ยังมีนัยสำหรับงาน manipulation:

  • Torque เพิ่มขึ้น 43% — หยิบจับชิ้นงานหนักขึ้นได้ หรือทำงาน assembly ที่ต้องการแรงมากขึ้นได้
  • ความร้อน ลดลง 30% — งาน manipulation ต่อเนื่องนานกว่าโดยไม่ throttle

กลุ่มที่ 2: Perception & Interaction (การรับรู้และปฏิสัมพันธ์)

การอัปเกรดที่ 4 — Dual Vision + Tactile Sensing G1+ เพิ่มกล้องที่ครอบคลุมมากขึ้นคู่กับ sensor สัมผัสที่ช่วยให้หุ่นยนต์รับรู้แรงเมื่อสัมผัสวัตถุหรือบุคคล ลดโอกาสเกิด unintended contact force ที่เป็นความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในงาน service robot ที่ทำงานใกล้ชิดมนุษย์

การอัปเกรดที่ 5 — ไมโครโฟน 6 ทิศทาง G1+ ใช้ 6-mic array ที่ capture เสียงได้รอบทิศ แม้ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงรบกวนสูง เช่น ล็อบบี้โรงแรม ห้างสรรพสินค้า หรือสถานีรถไฟฟ้า ปรับปรุง speech recognition accuracy อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับ G1 เดิม

กลุ่มที่ 3: Intelligent Experience (ประสบการณ์อัจฉริยะ)

การอัปเกรดที่ 6 — External Power Charging G1+ รองรับการชาร์จจากแหล่งจ่ายไฟภายนอกแบบต่อเนื่อง ในจุด deployment ที่มีสายไฟเพียงพอ หุ่นยนต์ทำงานได้นานกว่า runtime ของแบตเตอรี่ปกติ (G1 เดิมมีอายุแบตประมาณ 2 ชั่วโมงต่อการชาร์จ) — เหมาะสำหรับ reception desk, information kiosk, หรือจุด inspection ที่คงที่ซึ่งไม่ต้องเดินทางไกล

ตารางเปรียบเทียบ G1 กับ G1+ แบบตัวต่อตัว

รายการ G1 เดิม G1+
ราคาโรงงาน (RMB) ~85,000 ~95,000
ราคา USD (โดยประมาณ) ~$13,500 ~$14,000
ราคาประเมินในไทย ฿650,000–800,000 ฿700,000–850,000
คอ (head DOF) ติดกับลำตัว 2 DOF: pitch -25°/+36°, yaw ±110°
Torque ไหล่/เอว baseline +110%
ความร้อนไหล่/เอว baseline -72%
Torque แขน baseline +43%
ความร้อนแขน baseline -30%
ชาร์จจากภายนอก ไม่รองรับ รองรับ
ไมโครโฟน ไม่ระบุ 6-mic array
Tactile sensing จำกัด เพิ่มเติม
ขนาด/น้ำหนัก 1.3m / 35kg เท่ากัน
DOF รวม (joints) 25 25
Arm payload ~3 kg ~3 kg

ราคา G1+ ในไทย: ตัวเลขที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ

ราคา factory door RMB 95,000 แปลงเป็นเงินไทยที่อัตราแลกเปลี่ยน ก.ย. 2026 (ประมาณ 5.16 THB/CNY) ได้ ประมาณ ฿490,000 แต่ราคา “ที่ประตูโรงแรม” หรือ “ปากทางคลังสินค้าไทย” ต้องบวกต้นทุนเพิ่มเติมหลายส่วน:

  • อากรนำเข้า: 0–10% ขึ้นอยู่กับ HS Code และสิทธิ์ BOI exemption (ธุรกิจในนิคมอุตสาหกรรมอาจได้รับการยกเว้น)
  • ภาษีมูลค่าเพิ่ม: 7%
  • ค่าขนส่งและประกันภัย: ประมาณ ฿20,000–30,000 ต่อยูนิต
  • ค่า local integration และ commissioning: ฿80,000–150,000 ต่อยูนิต รวมการตั้งค่าซอฟต์แวร์ mapping และ training staff

ราคาประเมินรวมในไทย: ฿700,000–850,000 ต่อยูนิต

ส่วนต่างระหว่าง G1 กับ G1+ (ประมาณ ฿50,000–70,000) เทียบกับงบโครงการ pilot ฮิวแมนนอยด์ทั้งหมดที่มักอยู่ที่ ฿3–5 ล้าน (รวม 1 ยูนิต + setup + integration + training) ถือว่าน้อยมาก — โดยเฉพาะถ้า G1+ ลด downtime จาก thermal throttling ได้จริงในสภาพอากาศไทย ROI ของส่วนต่างราคานี้คืนทุนได้ใน 1–2 เดือนแรกของการใช้งาน

หมายเหตุ: ณ ก.ย. 2026 G1+ เพิ่งเปิดตัว ผู้สนใจในไทยควรสอบถามตัวแทน Unitree โดยตรงเพื่อยืนยัน lead time และราคา landed จริง ตัวเลขข้างต้นเป็นการประมาณการจากราคาโรงงานและต้นทุนนำเข้าทั่วไป ไม่ใช่ราคาที่ตัวแทนยืนยันอย่างเป็นทางการ

G1+ เหมาะกับธุรกิจไทยประเภทใด

โรงแรม 4–5 ดาว: Reception & Concierge

ฟีเจอร์ที่มีคุณค่าสูงสุดในบริบทนี้: คอ 2 DOF และ 6-mic audio array

หุ่นยนต์ที่สามารถหมุนหน้าหาแขก พยักหน้า และ “ฟัง” ได้ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงรบกวนของล็อบบี้ สร้าง interaction ที่ดูเป็นธรรมชาติและน่าเชื่อถือมากกว่า ตลาดท่องเที่ยวหลักของไทย — กรุงเทพฯ ภูเก็ต พัทยา เชียงใหม่ — มีปริมาณแขกต่างชาติสูง และ first impression ที่ดีจากหุ่นยนต์ที่ดูมีชีวิตชีวามีผลต่อ guest satisfaction score โดยตรง ตามที่ Keenon robots service Thailand hotel และกรณีศึกษา Furama Hotel Chiang Mai ยืนยัน

โรงพยาบาลและคลินิก: Greeting & Wayfinding

ในสถานพยาบาลที่มีผู้ป่วยสูงอายุจำนวนมาก (ประชากรไทยอายุ 60+ จะแตะ 20% ใน ค.ศ. 2030) การที่หุ่นยนต์มองลงมาหาผู้ป่วยในวีลแชร์ (pitch -25°) หรือ “สบตา” ผู้ป่วยในความสูงที่พวกเขายืนอยู่ได้ ลดความกังวลและเพิ่มความสบายใจ — สำคัญสำหรับ user acceptance ที่มักเป็นอุปสรรคหลักของ robot deployment ในสถานพยาบาลไทย

คลังสินค้าและโรงงาน: Material Handling & Inspection

ความสามารถ thermal ที่ดีขึ้นของ G1+ มีความสำคัญสูงสุดในงานนี้ โรงงานในเขตอุตสาหกรรม WHA, Amata, IEAT ที่มีอุณหภูมิ 32–38°C ต่อเนื่องตลอดกะการทำงาน 8–10 ชั่วโมง — G1 เดิมที่ thermal throttle กะทันหันอาจสูญเสีย throughput 15–25% ในช่วงบ่ายที่ร้อนที่สุด การที่ G1+ ลดความร้อนที่ไหล่และเอวลง 72% หมายถึงประสิทธิภาพที่สม่ำเสมอกว่าตลอดทั้งกะงาน

arm torque ที่เพิ่มขึ้น 43% ยังช่วยงาน pick-and-place ชิ้นงานหนักขึ้น ซึ่งเป็นความต้องการจริงในคลังสินค้า e-commerce และสายการผลิต EV ที่กำลังขยายตัวในไทย (Toyota, Great Wall Motor, NETA ฯลฯ)

ทิศทาง Unitree APAC และความสัมพันธ์กับไทย

ในช่วงสัปดาห์เดียวกับที่ G1+ เปิดตัว (ก.ย. 15–23, 2026) ผู้อำนวยการ APAC ของ Unitree ได้รับเชิญเป็น featured speaker ใน Humanoids Summit Seoul 2026 (22–23 ก.ย. COEX Seoul) — งานที่ได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นทางการจากกระทรวงวิทยาศาสตร์และ ICT เกาหลีใต้ และรวม NVIDIA workshop ด้านเทคโนโลยีฮิวแมนนอยด์

การปรากฏตัวของ Unitree ใน Seoul ระดับนี้สะท้อนว่าแบรนด์กำลังเร่งการ localization ใน APAC อย่างจริงจัง ซึ่งรวมถึงไทยที่ปัจจุบันมีตัวแทนจำหน่ายที่สามารถให้ support ในประเทศได้แล้ว

The Standard HK รายงานราคา G1+ ที่ HK$111,000 (฿520,000) ในตลาดฮ่องกง ยืนยัน premium เล็กน้อยเหนือรุ่นเดิม และแสดงให้เห็นว่า Unitree ยังคงยึดกลยุทธ์ volume pricing — เมื่อเทียบกับ AgiBot A3 (฿2.5–3.5M), UBTech Walker S (~฿5.5M), หรือ Figure 03 ที่ยังไม่มีราคาสาธารณะ G1+ ที่ ฿700,000–850,000 ยังคงเป็น accessible entry point ที่สุดสำหรับฮิวแมนนอยด์ที่ทำงานได้จริงในตลาดไทย

ขั้นต่อไปสำหรับผู้ประกอบการไทย

ถ้าองค์กรของคุณกำลังพิจารณาฮิวแมนนอยด์สำหรับโรงแรม โรงพยาบาล หรือคลังสินค้า G1+ เป็นตัวเลือกที่ควร evaluate ก่อน pilot ด้วยเหตุผลสี่ประการ:

  1. ราคา accessible สุดในกลุ่ม ที่ยังมีสมรรถนะจริง (≥3 kg payload, เดิน/วิ่ง, two-arm manipulation)
  2. แก้ปัญหา heat ในสภาพแวดล้อมไทยโดยตรง ด้วย -72% thermal ที่ไหล่และเอว
  3. มีตัวแทนและ support chain ในไทยแล้ว ต่างจากบางแบรนด์ที่ต้องส่งซ่อมต่างประเทศ
  4. UnifoLM-X2 software stack (ประกาศ ก.ย. 8, 2026) รองรับ G1/G1+ hardware ทำให้ AI pipeline ล่าสุดของ Unitree ใช้กับรุ่นใหม่ได้ทันที

สิ่งที่ควรทำก่อน:

  • ติดต่อตัวแทน Unitree ในไทยเพื่อยืนยัน lead time ของ G1+ และราคา landed จริง
  • วางแผน pilot 3–6 เดือน ด้วยหุ่นยนต์ 1 ยูนิต ณ จุด use case เดียวก่อน — เพื่อเก็บ real ROI data ก่อนตัดสินใจซื้อ fleet
  • ตรวจสอบสิทธิ์ BOI สำหรับการนำเข้าหุ่นยนต์อุตสาหกรรมที่อาจได้รับการยกเว้นอากร
  • ขอ cybersecurity briefing เกี่ยวกับ patch status ของ firmware ก่อนตัดสินใจ deploy ในสภาพแวดล้อมที่มีข้อมูลลูกค้า

หากต้องการประเมิน ROI เปรียบเทียบ G1+ กับตัวเลือกอื่น หรือวางแผน pilot program สำหรับสถานการณ์ธุรกิจของคุณ ติดต่อทีมที่ปรึกษา YSAT เพื่อขอ independent assessment ก่อนการตัดสินใจลงทุน

FAQ ที่เกี่ยวข้อง

Unitree G1+ ราคาเท่าไหร่ในไทย?

ราคาจากโรงงาน RMB 95,000 (~฿490,000 ณ อัตราแลกเปลี่ยนกันยายน 2026) นำเข้าไทยบวกอากรนำเข้า ~10% ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ค่าขนส่ง และค่า local integration ของตัวแทน คาดราคาสุดท้ายที่ปากทางคลังสินค้าหรือโรงแรมไทยอยู่ที่ประมาณ ฿700,000–850,000 ต่อยูนิต — แพงกว่า G1 เดิมประมาณ ฿50,000–70,000 แต่ได้มอเตอร์ที่แรงกว่า 110% และร้อนน้อยกว่า 72% ซึ่งมีนัยสำคัญสำหรับสภาพอากาศร้อนของไทย

คอ 2 DOF ของ G1+ สำคัญกับงานบริการในไทยอย่างไร?

G1 เดิมต้องหมุนลำตัวทั้งตัวเพื่อมองซ้ายขวา ซึ่งดูเทอะทะและใช้พื้นที่มากในทางเดินแคบของโรงแรม โรงพยาบาล หรือร้านค้า G1+ มีคอที่ pitch ได้ -25° ถึง +36° และ yaw ได้ ±110° ทำให้หุ่นยนต์พยักหน้าตอบรับลูกค้า สบตา และติดตามท่าทางได้โดยไม่ขยับลำตัว — ลด footprint ในพื้นที่แคบ สร้าง first impression ที่ดีกว่า และลด cycle time ในงาน interactive service

G1 กับ G1+ ควรเลือกรุ่นไหนสำหรับโรงงานหรือคลังสินค้าในไทย?

สำหรับสภาพอากาศร้อนของไทย (28–38°C) G1+ มีข้อได้เปรียบชัดเจน: มอเตอร์ไหล่และเอวร้อนน้อยลง 72% ลดโอกาส thermal throttling ที่ทำให้แรงบิดลดลงกะทันหันระหว่างกะงาน 8–10 ชั่วโมง ถ้าหุ่นยนต์จะทำงานต่อเนื่องในคลังสินค้าหรือโรงงาน G1+ คือตัวเลือกที่ดีกว่า ต่างกันเพียง RMB 10,000 (~฿52,000) ที่คุ้มค่าสำหรับ uptime ที่เพิ่มขึ้นในระยะยาว

Unitree G1+ จัดหาได้จากที่ไหนในไทย?

Unitree มีตัวแทนจำหน่ายในไทยแล้ว ณ ก.ย. 2026 G1+ เพิ่งเปิดตัว โดย early availability อยู่ใน China domestic market เป็นหลัก คาดว่าจะวางจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการภายใน Q4 2026–Q1 2027 ผู้สนใจควรติดต่อตัวแทน Unitree ในไทยเพื่อ pre-order และขอ tech briefing โดยเฉพาะเรื่อง cybersecurity patch status และ after-sales support ก่อนตัดสินใจ

แบรนด์ที่กล่าวถึงในบทความ

บทความที่เกี่ยวข้อง

Pudu BellaBot service robot delivering food in a restaurant
comparison

Service Robot เฉพาะทาง vs Humanoid: โรงแรม-โรงพยาบาลไทยควรเลือกอะไรปี 2026

เปรียบ Service Robot เฉพาะทาง (Pudu, Keenon) กับ Humanoid (AgiBot, UBTech, Unitree) ด้านต้นทุน ROI และความเสี่ยง พร้อม decision matrix สำหรับโรงแรมและโรงพยาบาลไทยปี 2026–2027

Unitree G1 humanoid robot (real product photo)
news

UBTech เปิดโรงงานฮิวแมนนอยด์ลิ้วโจว: Walker S 1 ตัว/10 นาที 10,000 ยูนิต/ปี

UBTech เปิดโรงงานฮิวแมนนอยด์อัจฉริยะแห่งแรกของโลกที่ลิ้วโจว 12 ก.ย. 2026 กำลังผลิต 10,000 ยูนิต/ปี ใช้หุ่นสร้างหุ่น — ผลต่อราคาและ Lead Time ธุรกิจไทย 2027

Unitree G1 humanoid robot (real product photo)
news

Figure AI Helix 2.5: ฮิวมานอยด์ทดสอบ Zero-Shot ใน 30 บ้านสำเร็จ 56%

Figure AI เปิดตัว Helix 2.5 วันที่ 17 ก.ย. 2026 หุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ทำ 3 งานบ้านใน 30 ที่พักแปลกหน้าโดยไม่ต้อง fine-tune อัตราสำเร็จพุ่งจาก 9% เป็น 56% ผลกระทบต่อธุรกิจโรงแรมและ eldercare ในไทย