ข้ามไปที่เนื้อหา
Youshouldautomatethat youshouldautomatethat
Unitree Go2 quadruped robot
news

Morgan Stanley: ฮิวแมนนอยด์จีน 50,000 ตัว ราคาลง ฿750K ผลต่อไทย 2026

Morgan Stanley ปรับ Forecast ส่งมอบฮิวแมนนอยด์จีนเป็น 50,000 ตัวปี 2026 หลัง State Grid สั่งซื้อ 6.8 พันล้านหยวน ราคาต่อตัวมีแนวโน้มลดสู่ ฿745,000 — ผลต่อโรงแรม โรงพยาบาล และ EEC ไทย

โดย Pongsiri Trivittayasil · ·8 นาที
#humanoid-robot#market-analysis#unitree#agibot#ubtech#morgan-stanley

TL;DRMorgan Stanley ปรับประมาณการณ์การส่งมอบฮิวแมนนอยด์จีนในปี 2026 จาก 28,000 เป็น 50,000 ตัว เมื่อ 24 มิถุนายน 2026 ขับเคลื่อนโดยคำสั่งซื้อจาก State Grid Corporation มูลค่า 6.8 พันล้านหยวน (~฿36,000 ล้าน) ซึ่งครอบคลุมฮิวแมนนอยด์ 500 ตัวพร้อมหุ่นยนต์อีก 8,000 ตัว อุตสาหกรรมเข้าสู่ “ระยะ early commercialization” อย่างเป็นทางการ ราคาต่อตัวมีแนวโน้มลดจาก ~฿1.77 ล้าน เหลือ ~฿745,000 ภายในปี 2027–2028 — สำหรับโรงแรม โรงพยาบาล และ EEC ในไทย นี่คือสัญญาณที่ชัดที่สุดว่า window สำหรับการทำ pilot ในราคาที่คุ้มค่ากำลังเปิดอยู่

ทำไม Forecast ของ Morgan Stanley ถึงสำคัญสำหรับผู้ซื้อไทย

เมื่อสถาบันการเงินระดับ Tier-1 อย่าง Morgan Stanley ออกรายงานปรับประมาณการณ์ขึ้นเป็นครั้งที่สองภายในปีเดียว นั่นเป็นสัญญาณที่มีความหมายมากกว่าสถิติตลาดทั่วไป เพราะหมายความว่าข้อมูลภาคสนามที่นักวิเคราะห์เก็บมาจาก supply chain, order book และ deployment จริงต่างยืนยันทิศทางเดียวกัน

รายงานของ CNBC วันที่ 24 มิถุนายน 2026 ระบุว่านี่เป็นการปรับครั้งที่สอง หลังจากที่ Morgan Stanley ปรับจาก 14,000 เป็น 28,000 ตัวในช่วงต้นปี และตอนนี้ขึ้นอีกครั้งเป็น 50,000 ตัว ทั้งหมดในเวลาไม่ถึง 6 เดือน

สำหรับผู้ซื้อไทยที่ยังอยู่ในช่วง “รอดูก่อน” รายงานฉบับนี้ส่งสัญญาณสามอย่างที่ชัดเจน:

  1. Demand จริง ไม่ใช่แค่ Demo — State Grid Corporation รัฐวิสาหกิจพลังงานที่ใหญ่ที่สุดในโลกออกคำสั่งซื้อจริงในมูลค่าที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
  2. ราคาจะลงต่อ — Morgan Stanley ประมาณว่าราคาต่อหน่วยจะลดอีก 57% ใน 2 ปี
  3. Supply chain จีนพร้อมแล้ว — ราคาชิ้นส่วนลดลงแล้ว 16% และกำลังการผลิตของผู้ผลิตจีนขยายตัวเร็วกว่าคาด

ตัวเลขหลัก: จาก 14,000 ถึง 50,000 ตัวใน 6 เดือน

การปรับ Forecast สามรอบในปีเดียวสะท้อนพัฒนาการที่เร็วกว่าที่ทุกคนคาดไว้ต้นปี

ช่วงเวลาForecast ส่งมอบปี 2026การเปลี่ยนแปลง
มกราคม 202614,000 ตัว
ต้น Q2 202628,000 ตัว+100%
24 มิถุนายน 202650,000 ตัว+79%

ตัวเลขเหล่านี้มีบริบทที่สำคัญ: ในปี 2025 ทั้งปี ตลาดฮิวแมนนอยด์โลกส่งมอบรวมประมาณ 10,700–13,000 ตัว โดยจีนครองสัดส่วนประมาณ 90% ตามข้อมูล Omdia การที่ตัวเลขปี 2026 พุ่งถึง 50,000 ตัวในครึ่งปีแรก หมายความว่าอุตสาหกรรมนี้กำลัง scale ขึ้นแบบ exponential ไม่ใช่ linear

SCMP รายงาน เพิ่มเติมว่า Morgan Stanley มองว่าอุตสาหกรรมนี้ได้ก้าวเข้าสู่ “ระยะ early commercialization” อย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่แยกแยะ “Pilot แบบ demo” ออกจาก “Deployment ที่มี ROI จริง” ได้ชัดเจน

มุมมอง 2030 ของ Morgan Stanley:

  • ตลาดรวม: $15 พันล้าน (~฿530,000 ล้าน)
  • ปริมาณส่งมอบ: 446,000 ตัว/ปี
  • ตลาดปี 2026: $2 พันล้าน (~฿71,000 ล้าน)

State Grid สั่งซื้อ 6.8 พันล้านหยวน — บอกอะไรผู้ซื้อไทย

คำสั่งซื้อจาก State Grid Corporation of China (国家电网) คือ catalyst สำคัญที่สุดที่ทำให้ Morgan Stanley ตัดสินใจปรับ Forecast ครั้งนี้

รายละเอียดคำสั่งซื้อ State Grid:

  • มูลค่ารวม: 6.8 พันล้านหยวน (~$1.0 พันล้าน / ~฿36,000 ล้าน)
  • ฮิวแมนนอยด์: 500 ตัว
  • หุ่นยนต์แขนคู่ (Dual-arm): 3,000 ตัว
  • หุ่นยนต์สี่ขา (Quadruped): 5,000 ตัว
  • วัตถุประสงค์: ตรวจสอบสายส่งไฟฟ้า บำรุงรักษา substation และงาน outdoor ที่มีความเสี่ยงสูง

State Grid เป็นรัฐวิสาหกิจด้านพลังงานที่ใหญ่ที่สุดในโลก ดูแลโครงข่ายไฟฟ้าครอบคลุม 26 มณฑลของจีนและให้บริการผู้ใช้งานกว่า 1.1 พันล้านคน การที่องค์กรขนาดนี้สั่งซื้อฮิวแมนนอยด์ 500 ตัวพร้อมกันไม่ใช่การทดลองในแล็บ แต่คือ production deployment ที่ผ่านการประเมิน TCO และ reliability อย่างจริงจัง

สำหรับผู้ซื้อไทย คำสั่งซื้อนี้บอกสามสิ่ง:

  1. ROI มีจริงในงาน high-risk — ถ้าบริษัทที่มีวิศวกรมากที่สุดในจีนยังเลือกใช้หุ่นยนต์แทนมนุษย์ในงานอันตราย แสดงว่า reliability ผ่านเกณฑ์สำหรับงาน critical แล้ว

  2. สร้าง Volume ลดต้นทุน — การผลิต 500 ตัวต่อโปรเจ็กต์ดึง supply chain ให้ปรับ scale ตาม ราคาชิ้นส่วนที่ลดลงจะส่งผลถึงลูกค้าทุกราย ไม่ใช่แค่ State Grid

  3. เปิดโมเดลสำหรับ Utility ไทย — การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (EGAT) การไฟฟ้านครหลวง (MEA) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) ต่างมีงานตรวจสอบสายส่งที่มีความเสี่ยงใกล้เคียงกัน โมเดลที่ State Grid ใช้สามารถ adapt มาเป็นกรณีศึกษาสำหรับหน่วยงานเหล่านี้ได้โดยตรง

แนวโน้มราคา: ฮิวแมนนอยด์ ฿750,000 เป็นไปได้จริง

หนึ่งในข้อมูลที่โดดเด่นที่สุดจากรายงาน Morgan Stanley คือการคาดการณ์ด้านราคา

ปัจจุบัน (H1 2026) ฮิวแมนนอยด์ระดับ enterprise เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ $50,000 (~฿1.77 ล้าน) Morgan Stanley ประมาณว่าราคานี้จะลดลงสู่ $21,000 (~฿745,000) ภายในช่วงปี 2027–2028 โดยขับเคลื่อนด้วยสามปัจจัยหลัก:

ปัจจัยที่ 1: ราคาชิ้นส่วนที่ลดต่อเนื่อง

Morgan Stanley ระบุว่าราคาชิ้นส่วนสำคัญในห่วงโซ่อุปทานจีนลดลงแล้ว 16% ในการวิเคราะห์รอบก่อน — และมีแนวโน้มลดต่อเมื่อ volume เพิ่มขึ้น ชิ้นส่วนหลักที่ราคาลดเร็วที่สุดได้แก่ actuator, motor controller และ vision sensor

ปัจจัยที่ 2: Scale ของโรงงานจีน

ณ ต้นปี 2026:

  • AgiBot ส่งมอบครบ 10,000 ตัวสะสม (Omdia จัดให้เป็น #1 ด้าน global shipments ปี 2025 ด้วยสัดส่วน 39%)
  • Unitree ส่งมอบ ~5,500 ตัว ในปี 2025 เพียงปีเดียว และกำลังเตรียม IPO บน STAR Market เพื่อระดมทุนขยายกำลังการผลิต

เมื่อ production volume เพิ่ม ต้นทุนการตั้งค่าโรงงานต่อหน่วยลดลง ราคาผู้บริโภคจึงลดตาม — ซึ่งเป็น pattern เดียวกับที่จีนทำมาแล้วกับ EV, Solar Panel และ Drone

ปัจจัยที่ 3: การแข่งขันรุนแรงใน ecosystem จีน

มีผู้ผลิตฮิวแมนนอยด์จีนกว่า 150 ราย ที่แข่งขันกันอยู่ในตลาดนี้ แรงกดดันเชิงโครงสร้างให้ราคาลดเป็นผลลัพธ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

The Next Web รายงานว่าการลดราคา 57% ภายใน 2 ปี “aggressive แต่เป็นไปได้” เมื่อพิจารณาจาก trajectory ที่จีนทำได้กับ EV และ Solar ในทศวรรษที่ผ่านมา

ระดับราคาที่ผู้ซื้อไทยเจอได้แล้วในวันนี้:

  • Unitree G1 รุ่น Standard: ราว ฿500,000–600,000 (ขึ้นกับ config และผู้จัดจำหน่าย)
  • AgiBot Expedition สำหรับงาน enterprise: ราว ฿700,000+ (พร้อม package บริการ)
  • UBTech Walker C1 สำหรับงานบริการโรงแรม/โรงพยาบาล: ราว ฿2–3 ล้าน (รุ่น service humanoid เต็มรูปแบบ)

Unitree, AgiBot และ UBTech — ใครได้ประโยชน์มากที่สุดจากตลาด 50,000 ตัว

ทั้งสามแบรนด์หลักที่เราติดตามในหมวด ฮิวแมนนอยด์ มีจุดแข็งต่างกันและจะได้ประโยชน์จาก Forecast นี้ในลักษณะต่างกัน

Unitree Robotics — ราคาและ Volume

Unitree มีจุดแข็งด้านราคาที่เข้าถึงได้ รุ่น G1 เป็นฮิวแมนนอยด์ที่ราคาต่ำที่สุดในตลาดจากผู้ผลิตที่มีชื่อเสียง ในตลาด 50,000 ตัว Unitree น่าจะครอง segment $10,000–30,000 ด้วย G1, H2 และ H2 Plus ที่กำลังจะวางจำหน่าย รวมถึง B2 สำหรับงาน quadruped อุตสาหกรรม การที่ Unitree ขณะนี้อยู่ใน 1260H list ของ Pentagon (ขึ้นบัญชีเมื่อ 8 มิถุนายน 2026) ทำให้ผู้ซื้อไทยที่มีโปรเจ็กต์เชื่อมโยงกับรัฐบาลสหรัฐควรตรวจสอบข้อกำหนดก่อน แต่สำหรับโรงแรม โรงพยาบาล และ EEC ทั่วไปในไทย สถานะนี้ยังไม่กระทบการซื้อโดยตรง

AgiBot — Enterprise Scale และ RaaS

AgiBot ครอง segment enterprise ด้วยรุ่น Expedition และโมเดล RaaS (Robot-as-a-Service) ที่ทดสอบใน SEA ผ่านพาร์ตเนอร์ Denka Pratama อินโดนีเซีย (จาก APC Jakarta มิถุนายน 2026) ทำให้ barrier สำหรับผู้ซื้อไทยลดลงเพราะไม่ต้องลงทุนซื้อขาด Omdia จัดให้ AgiBot เป็น #1 ด้าน global shipments ปี 2025 ซึ่งหมายความว่า supply chain และ production process ผ่านการ scale จริงมาแล้ว

UBTech — Service Humanoid และ Consumer

UBTech มุ่ง segment service humanoid ทั้ง Walker C1 (โรงแรม/โรงพยาบาล) และ UWorld U1 (consumer companion ที่เตรียม launch วันที่ 30 มิถุนายน 2026) จุดแข็งคือ experience ด้าน hospitality integration และ brand awareness ที่แข็งแกร่งในเอเชีย ในตลาดที่เติบโตเร็ว UBTech จะได้ประโยชน์จาก demand ในกลุ่ม service ที่เติบโตเร็วที่สุดในภูมิภาค

สิ่งที่ธุรกิจไทยควรทำก่อนปลายปี 2026

Forecast ของ Morgan Stanley เป็น leading indicator ว่าอะไรจะเกิดขึ้นใน 12–24 เดือนข้างหน้า ไม่ใช่สิ่งที่เกิดแล้ว แต่ window ของการ “ทำ Pilot ก่อนตลาดบูม” กำลังแคบลงอย่างรวดเร็ว

สามสิ่งที่ควรทำตอนนี้:

1. ระบุ Use Case ที่ Humanoid-Ready

ไม่ใช่ทุก task เหมาะกับฮิวแมนนอยด์ Use case ที่ให้ ROI เร็วที่สุดในบริบทไทยตอนนี้ได้แก่:

  • งานส่งของในโรงพยาบาลหลายชั้น (ไม่ต้องปรับโครงสร้างอาคาร เพราะฮิวแมนนอยด์ใช้ลิฟต์ได้)
  • งาน Housekeeping บางส่วนในโรงแรม 4–5 ดาว (ลดชั่วโมงทำงาน overnight)
  • Goods-to-person ใน fulfillment center ที่ floor plan ซับซ้อนเกินกว่าจะติด AMR แบบ fix track

2. ทำ TCO Comparison ก่อนตัดสินใจ

อัตราค่าแรงขั้นต่ำในไทย (2026 อยู่ที่ประมาณ ฿400–450/วัน หรือราว ฿144,000–162,000/ปีต่อพนักงาน) เป็นจุดอ้างอิงสำหรับประเมิน payback period ฮิวแมนนอยด์ที่ราคา ฿750,000 (ตามเป้า 2027–2028) และทำงานได้ 16 ชั่วโมง/วันโดยไม่หยุดพัก มี payback period ทางทฤษฎีที่ 4–6 ปีในงานทั่วไป แต่ในงาน high-value เช่น งานอันตรายหรืองาน 24 ชั่วโมง payback อาจเร็วกว่านี้มาก

3. เริ่มคุยกับผู้จัดจำหน่ายในภูมิภาค

Unitree มีตัวแทนใน ASEAN แล้ว AgiBot กำลังขยาย network หลัง APC Jakarta (มิถุนายน 2026) สามารถ request demo หรือข้อมูลเพิ่มเติมได้ตอนนี้ก่อนที่ตลาดจะแน่นขึ้น

ต้นทุน Pilot project เบื้องต้นที่ควรเตรียม:

  • Hardware: ฿500,000–1,500,000 ต่อตัว (ขึ้นกับรุ่น)
  • ปรับสภาพแวดล้อมและ integration: ฿200,000–500,000
  • Training ทีม: ฿50,000–100,000
  • รวม Pilot ขั้นต่ำ: ประมาณ ฿750,000–2 ล้าน

การที่ Morgan Stanley ปรับ Forecast ขึ้นเป็นครั้งที่สองในปีเดียว และ State Grid ออกคำสั่งซื้อจริงในระดับ฿36,000 ล้าน บอกว่าฮิวแมนนอยด์กำลังเข้าสู่วงจรที่ราคาจะลงเร็วและ availability จะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้ที่เริ่มวาง Pilot ไว้ในปี 2026 จะมีข้อมูลจริงและประสบการณ์ที่ทำให้การ scale up ในปี 2027–2028 ทำได้เร็วและมั่นใจกว่ามาก หากต้องการคำปรึกษาว่า use case ของคุณเหมาะกับฮิวแมนนอยด์รุ่นใดและ ROI จะอยู่ที่ระดับใด ติดต่อทีมเราได้ที่นี่

FAQ ที่เกี่ยวข้อง

Morgan Stanley ปรับเพิ่ม Forecast ฮิวแมนนอยด์จีนเพราะอะไร

สามปัจจัยหลัก: (1) State Grid Corporation ออกคำสั่งซื้อมูลค่า 6.8 พันล้านหยวน (~฿36,000 ล้าน) ครอบคลุมฮิวแมนนอยด์ 500 ตัวพร้อมหุ่นยนต์อื่นอีก 8,000 ตัว ซึ่งเป็นสัญญาณว่าองค์กรรัฐระดับโลกเริ่มซื้อจริงไม่ใช่แค่ทดลอง (2) นโยบายรัฐบาลจีนสนับสนุนการผลิตอย่างเป็นระบบ และ (3) ราคาชิ้นส่วนในห่วงโซ่อุปทานลดลงแล้ว 16% ทำให้ต้นทุนการผลิตลดลงต่อเนื่อง

ราคาฮิวแมนนอยด์จีนจะลดจาก ฿1.77 ล้านเหลือ ฿750,000 ได้จริงหรือ

Morgan Stanley ประมาณว่าราคาต่อตัวจะลดจากประมาณ $50,000 (ราว ฿1.77 ล้าน) เหลือ ~$21,000 (ราว ฿745,000) ขับเคลื่อนด้วยการขยายกำลังการผลิตจีน การลดต้นทุนชิ้นส่วน และ scale ที่เพิ่มขึ้น ปัจจุบัน Unitree G1 ขายอยู่ที่ราว ฿500,000–600,000 ซึ่งใกล้กับเป้าหมายนั้นแล้ว สำหรับรุ่น enterprise เช่น AgiBot Expedition ราคา ฿700,000+ มีแนวโน้มลดลงตามการขยาย production ในปี 2027–2028

ธุรกิจไทยประเภทใดจะได้ประโยชน์จากแนวโน้มนี้ก่อน

กลุ่มที่น่าจับตาในระยะสั้น (2026–2027) คือโรงแรม 4–5 ดาว โรงพยาบาลเอกชน และนิคม EEC ที่ค่าแรงสูง ฮิวแมนนอยด์เหมาะกับงานที่ต้องการ dexterity และการเคลื่อนที่ในพื้นที่มนุษย์ เช่น ส่งของในโรงพยาบาลหลายชั้น งานต้อนรับแขกโรงแรม และ goods-to-person ใน fulfillment center ROI เบื้องต้นในงานที่ค่าแรงแพงอยู่ที่ประมาณ 24–36 เดือน ขึ้นอยู่กับ use case และรุ่นหุ่นยนต์ที่เลือก

Unitree, AgiBot และ UBTech ใครจะได้ประโยชน์มากที่สุดจาก Forecast 50,000 ตัวนี้

แต่ละแบรนด์มีจุดแข็งต่างกัน Unitree ได้ประโยชน์จากราคาต่ำและ volume สูง (G1/H2 EDU) เน้น researcher และ SME AgiBot ได้ประโยชน์จาก enterprise order และโมเดล RaaS ที่เจาะ B2B scale ใหญ่ ส่วน UBTech มุ่งตลาด consumer-service (Walker C1, UWorld U1) ทั้งสามแบรนด์มีตัวแทนใน ASEAN แล้วและสามารถนำมา pilot ในไทยได้ในปี 2026

แบรนด์ที่กล่าวถึงในบทความ

บทความที่เกี่ยวข้อง

LINE