ข้ามไปที่เนื้อหา
Youshouldautomatethat youshouldautomatethat
Pudu BellaBot service robot delivering food in a restaurant
news

Keenon เปิดตัว KOM 3.0 ที่ WRC 2026: XMAN ทำกาแฟ-ซักผ้า-checkout ผลต่อบริการไทย

19-23 ส.ค. 2026 Keenon ชู KOM 3.0 foundation model ที่ WRC ปักกิ่ง — XMAN humanoid ทำกาแฟ ซักผ้า เช็กเอาต์ได้จริง และควบคุม fleet ผลต่อโรงแรม ร้านอาหาร รีเทลไทย

โดย Pongsiri Trivittayasil · ·8 นาที
#keenon#service-robot#humanoid#wrc-2026#embodied-ai#thailand

TL;DRKeenon เปิดตัว KOM 3.0 (KEENON Operator Model 3.0) foundation model ที่งาน World Robot Conference 2026 กรุงปักกิ่ง วันที่ 19–23 สิงหาคม 2026 โดย XMAN service humanoid สาธิต 4 สถานการณ์จริงในงาน ได้แก่ ทำกาแฟ จัดของหวาน เช็กเอาต์ในร้าน และซักผ้าในโรงแรม จุดเด่นหลักของ KOM 3.0 คือ latent space model ที่ทำให้หุ่นยนต์ “ซิมมูเลตผลลัพธ์ในหัวก่อนลงมือทำ” และความสามารถในการประสาน Mixed Fleet (humanoid + specialized robots) สำหรับโรงแรม ร้านอาหาร และรีเทลไทย นี่คือสัญญาณที่ชัดเจนว่าหุ่นยนต์บริการกำลังก้าวสู่ระยะ commercial deploy จริง ไม่ใช่แค่การสาธิต

ทำไม KOM 3.0 ที่ WRC 2026 จึงสำคัญกับธุรกิจบริการไทย

World Robot Conference (WRC) 2026 ที่กรุงปักกิ่ง ถือเป็นงานแสดงหุ่นยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียปีนี้ มีผู้แสดงกว่า 300 ราย จาก 26 ประเทศ สินค้ากว่า 3,000 รายการ และผลิตภัณฑ์เปิดตัวใหม่กว่า 150 ชิ้น ในงานนี้ KEENON Robotics เลือกใช้โอกาสประกาศ KOM 3.0 ซึ่งเป็น foundation model รุ่นล่าสุดที่ขับเคลื่อน XMAN humanoid robot

สำหรับธุรกิจบริการไทย โดยเฉพาะโรงแรม ร้านอาหาร และรีเทล นี่ไม่ใช่ข่าวเทคโนโลยีทั่วไป แต่เป็นตัวชี้วัดสำคัญว่า หุ่นยนต์บริการ กำลังก้าวจากขั้น “กดปุ่มส่งอาหาร” สู่ขั้น “เข้าใจสถานการณ์และจัดการงานซับซ้อน” ซึ่งเปิดประตูสู่ use case ที่กว้างกว่าเดิมมาก และสามารถ ROI ได้จริงในธุรกิจขนาดกลาง

Keenon มีพื้นฐานที่แข็งแกร่ง: ส่งมอบหุ่นยนต์แล้วกว่า 100,000 ยูนิต ใน 70+ ประเทศ และครอง No.1 IDC global market share 22.7% ในหมวด commercial service robots ณ ปี 2026 บริษัทเพิ่งรายงานว่าหุ่นยนต์ Keenon ทำงานอยู่ใน 70 ประเทศทั่วโลก ตั้งแต่ร้านอาหารที่ Lake Tahoe จนถึงเอเชีย-แปซิฟิก ซึ่งไทยเป็นหนึ่งในตลาดหลักผ่านตัวแทน V-Winner Energy

KOM 3.0 คืออะไร และต่างจาก KOM 2.0 อย่างไร

เพื่อเข้าใจ KOM 3.0 ต้องรู้ก่อนว่า KOM 2.0 ทำอะไรได้

KOM 2.0 ที่เปิดตัวในช่วงต้นปี 2026 ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบหลัก:

  • K-Mind — ระบบรับรู้สภาพแวดล้อม เข้าใจพื้นที่ ผู้คน และวัตถุรอบข้าง
  • K-Act — ระบบควบคุมการเคลื่อนไหว แปลความเข้าใจนั้นเป็น action sequence
  • ProS (Professional Specialization) — ชั้น fine-tuning สำหรับบทบาทเฉพาะ เช่น barista หรือ hotel concierge

KOM 2.0 ทำงานได้ดีใน scenario ที่เทรนไว้ล่วงหน้า ตามที่ Keenon แสดงที่ LEAP East 2026 เมื่อเดือนกรกฎาคม แต่เมื่อเจองานนอก script หรือสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงกะทันหัน มักเกิดข้อผิดพลาดที่ต้องมีคนเข้ามาแก้

KOM 3.0 เพิ่ม 3 ความสามารถใหม่ที่สำคัญ:

1. Latent Space Model — ซิมมูเลตก่อนทำ

ก่อนที่หุ่นยนต์จะยกมือหยิบของ KOM 3.0 จะรัน internal simulation ในพื้นที่ latent space ของโมเดล — คิดให้เข้าใจว่าถ้าทำแบบ A ผลลัพธ์จะเป็นอะไร ถ้าแบบ B จะเป็นอะไร แล้วเลือกวิธีที่มีโอกาสสำเร็จสูงสุดก่อนลงมือ Keenon อธิบายว่าระบบนี้ทำให้หุ่นยนต์ “คิดก่อนทำ” (think before act) ลักษณะนี้เป็นก้าวสำคัญจาก pattern matching ล้วนๆ ไปสู่การใช้เหตุผล ทำให้รับมือกับสถานการณ์ที่ไม่ได้ตั้งโปรแกรมไว้ล่วงหน้าได้ดีกว่า

2. Real-World Training Data

KOM 3.0 เทรนด้วยข้อมูลจากการทำงานจริงในสถานที่จริงของ Keenon ทั่วโลก ไม่ใช่แค่ simulation ในห้องแล็บ ด้วยฐาน deployment ที่ใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรม (100,000+ ยูนิต) Keenon มีข้อมูล real-world ที่คู่แข่งไม่มี ทำให้โมเดลปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ได้เร็วและแม่นยำกว่า

3. Mixed Fleet Coordination

ความสามารถใหม่ใน KOM 3.0 ที่ไม่มีใน KOM 2.0 คือการที่ XMAN humanoid สามารถทำหน้าที่เป็น “orchestrator” — ประสานงานระหว่างหุ่นยนต์เฉพาะทางอื่นๆ (delivery robot, cleaning robot) ในไซต์เดียวกัน โดย Keenon ระบุว่า “humanoid robots act like butlers that coordinate the overall situation for complex operations and interactions, while specialized robots have their own exclusive specific tasks”

4 สถานการณ์สาธิตที่ WRC 2026: ทดสอบจริงหน้าคนจำนวนมาก

Keenon ออกแบบบูธ WRC 2026 เป็น “embodied community” 4 zones ซึ่งแต่ละ zone แสดงให้เห็นว่า KOM 3.0 จัดการงาน end-to-end ได้อย่างไรในสภาพแวดล้อมที่มีผู้เยี่ยมชมจริงหลายพันคน

Zone 1 — Coffee Kiosk (ร้านกาแฟ)

XMAN รับออร์เดอร์ด้วยเสียง ระบุประเภทเครื่องดื่ม ควบคุมเครื่องชงกาแฟ เทนม ใส่แก้ว และส่งมอบให้ลูกค้า จุดที่ latent space model แสดงให้เห็น: เมื่อถ้วยวางในตำแหน่งที่ต่างจาก default หรือลูกค้าเปลี่ยนออร์เดอร์กลางคัน หุ่นยนต์ปรับตัวได้โดยไม่ต้อง re-program

นัยสำหรับไทย: ร้านกาแฟในโรงแรม-โรงพยาบาล-ห้างสรรพสินค้าที่มีเมนูมาตรฐาน เหมาะที่สุดเพราะสภาพแวดล้อมควบคุมได้สูง ลด ramp-up time

Zone 2 — Dessert Shop (ร้านขนมหวาน)

สาธิตการหยิบเค้กและของหวานประเภทต่างๆ แพ็กเข้ากล่อง และจัดส่งให้ลูกค้า งานนี้ต้องอาศัย dexterity สูง — หยิบวัตถุรูปทรงไม่สม่ำเสมอและน้ำหนักต่างกัน KOM 3.0 ฝึกจาก real-world data ทำให้ handle รูปทรงหลากหลายได้ดีกว่า KOM 2.0 ที่ต้องตั้งค่าเฉพาะทาง

Zone 3 — Retail Store (เช็กเอาต์ + จัดสินค้า)

นี่คือ scenario ที่มีผลสูงสุดต่อ รีเทลไทย: XMAN ช่วยลูกค้าหยิบสินค้าบนชั้น สแกนบาร์โค้ด และทำ checkout ได้จบในขั้นตอนเดียว ความสามารถนี้เมื่อจับคู่กับ Mixed Fleet (XMAN ประสานกับ shelf-sorting robot เติมสินค้า) จะทำให้ร้านสะดวกซื้อขนาดกลางหรือ pharmacy chain ลดพนักงาน checkout ในช่วง peak ได้จริง

Zone 4 — Hotel Laundry (ซักผ้าในโรงแรม)

XMAN หยิบเสื้อผ้าใส่เครื่องซักผ้า เลือก program ที่เหมาะสม กดปุ่มเริ่มซัก งานนี้ต้องเข้าใจ sequential task (ลำดับขั้นตอนที่ต้องทำตามลำดับ) latent space model ช่วยให้หุ่นยนต์ไม่ข้ามขั้นตอนแม้เจอสถานการณ์ที่ต่างกันเล็กน้อย เช่น ประตูเครื่องซักผ้าที่เปิดซ้ายหรือขวา หรือรุ่นเครื่องที่แตกต่างกัน

ทั้ง 4 scenarios ล้วนเป็นงานที่ ธุรกิจบริการไทยทำอยู่ทุกวัน และล้วนมีปัญหา labor shortage ที่ชัดเจน

Mixed Fleet ในทางปฏิบัติ: วิธีที่โรงแรมและร้านอาหารไทยจะใช้

Feature ที่มีผลสูงสุดต่อ ROI ของธุรกิจไทยในระยะยาวคือ Mixed Fleet Coordination ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ใน KOM 3.0

ตัวอย่างใน context โรงแรมไทย:

  1. แขกโทรหา XMAN ที่ lobby ขอน้ำดื่ม 2 ขวดและผ้าเช็ดตัว
  2. XMAN รับออร์เดอร์ด้วยเสียง (รองรับภาษาอังกฤษ จีน ไทย)
  3. KOM 3.0 ส่งคำสั่งไปยัง W3 delivery robot ให้นำสิ่งของไปห้อง 512
  4. ขณะเดียวกัน XMAN ดูแล lobby ตอบคำถามแขกรายอื่น
  5. เมื่อ delivery เสร็จ W3 รายงานกลับ XMAN อัปเดต log

แทนที่จะ deploy XMAN humanoid แทนที่ทุกอย่าง ซึ่งแพงและยังไม่คุ้มทุน กลยุทธ์นี้ทำให้ 1 XMAN + 3–4 delivery robot ทำงานเป็นทีมได้ ต้นทุนรวมต่ำกว่าการซื้อ XMAN หลายตัว และ ROI ชัดเจนกว่า

ตัวอย่างใน context ร้านอาหาร chain ไทย:

  1. XMAN ยืนที่จุดต้อนรับ รับออร์เดอร์และแนะนำเมนู
  2. ส่ง order ไปครัวผ่านระบบ
  3. มอบหมายให้ BellaBot-type delivery robot นำอาหารไปโต๊ะ
  4. ประสาน cleaning robot เก็บถาดหลังแขกลุก

ระบบนี้ทำให้การลงทุนใน Keenon ecosystem เดิม (เช่น T6, C20, W3 ที่หลายธุรกิจไทยใช้อยู่) ยังคงมีมูลค่า — XMAN เพิ่มเป็น layer บน ไม่ต้องแทนที่ทั้งระบบ

ตัวเลขและสเปก XMAN ที่ควรรู้

XMAN-R1 (Wheeled Humanoid — เหมาะสำหรับ commercial deployment 2026):

  • ระบบเคลื่อนที่: ล้อออมนิไดเรกชัน พื้นเรียบในอาคาร
  • แขน: bimanual 7-DOF (2 ข้าง 7 องศาอิสระ) รับน้ำหนักได้ ~3 kg/ข้าง
  • ความสูง: ~160 cm เหมาะกับการโต้ตอบกับมนุษย์ในระดับสายตา
  • ภาษา: อังกฤษ จีน เกาหลี (กำลังเพิ่มไทยตาม roadmap)
  • ราคาประมาณ: ยังไม่ประกาศอย่างเป็นทางการในไทย ประมาณ ฿525,000–875,000 ก่อนภาษีนำเข้า

XMAN-F1 (Bipedal Humanoid — R&D/pilot phase):

  • ระบบเคลื่อนที่: ขา 2 ขา ขึ้นบันไดได้
  • เหมาะกับ: พื้นที่หลายชั้นที่ลิฟต์ไม่ครอบคลุม
  • สถานะปัจจุบัน: ยังอยู่ระหว่าง pilot ไม่ใช่ mass deployment

สำหรับธุรกิจไทยในปี 2026–2027 XMAN-R1 คือตัวเลือกที่ practical เพราะ reliability สูงกว่า lead time สั้นกว่า และรองรับ use case ส่วนใหญ่ในโรงแรม-ร้านอาหาร-รีเทล

ผลกระทบต่อธุรกิจไทย: ใครควรเริ่มพิจารณาก่อน

โรงแรม 4–5 ดาว (Priority สูง): โรงแรมในกรุงเทพ พัทยา ภูเก็ต และสมุย ที่มีแขกต่างชาติสัดส่วนสูงจะได้ประโยชน์จาก XMAN ที่สื่อสารหลายภาษาและทำงาน 24 ชั่วโมงในงาน concierge / room delivery / lobby assistant

ประมาณการ ROI เบื้องต้น: XMAN 1 ตัว (ราว ฿525,000–875,000 รวมติดตั้ง) ทำงานเทียบเท่าพนักงาน part-time 2–3 คนที่ค่าแรง ฿400/วัน คิดเป็นประหยัดได้ ~฿220,000–330,000/ปี ดังนั้น payback period ประมาณ 1.6–3 ปี (ไม่รวมค่า maintenance ปีละ ~฿50,000–80,000) ตัวเลขนี้จะดีขึ้นถ้า deploy Mixed Fleet แทน XMAN เดี่ยว

ร้านอาหาร Chain (Priority กลาง): สำหรับ chain ที่มี 20+ สาขา XMAN + delivery robot fleet ลด labor cost ในช่วง peak hours และรักษา service consistency เมื่อพนักงานขาด ต้นทุน CAPEX ต่อสาขา ~฿500,000–1,200,000 (XMAN 1 ตัว + delivery robot 2–3 ตัว)

รีเทล / Pharmacy / Convenience Store (Priority กลาง): Checkout assistance จาก Zone 3 demo บอกว่า KOM 3.0 พร้อมสำหรับ assisted checkout — ไม่ใช่ self-checkout เต็มรูปแบบ แต่ช่วย throughput ในชั่วโมง peak ได้ชัดเจน เหมาะกับร้านที่มีลูกค้าต่างชาติหลากภาษา

ควรรอก่อน: ธุรกิจที่ต้องการ full autonomy 100% โดยไม่มีคนดูแลเลย ยังควรรอ 12–24 เดือน ให้ KOM 3.0 ผ่าน commercial deployment ใน volume สูงก่อน

ขั้นตอนถัดไป

KOM 3.0 ที่ WRC 2026 คือสัญญาณว่า Keenon กำลังย้ายจาก “หุ่นยนต์ส่งอาหาร” มาสู่ “หุ่นยนต์บริการอัจฉริยะ” ที่จัดการ workflow ได้ด้วยตัวเอง สำหรับธุรกิจบริการไทยที่กำลังประเมินว่าจะเริ่ม pilot หุ่นยนต์บริการหรือยัง นี่เป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการ ทดลองใช้ใน pilot scale ก่อน แทนที่จะรอจนเทคโนโลยีสมบูรณ์แบบ 100% ซึ่งอาจช้ากว่าคู่แข่ง

3 ขั้นตอนที่แนะนำ:

  1. ขอ demo XMAN ในสถานที่จริง จากตัวแทน V-Winner Energy เพื่อทดสอบใน environment จริงของธุรกิจ ไม่ใช่แค่ดูในงานแสดงสินค้า
  2. กำหนด use case 1 อย่างก่อน (เช่น coffee delivery หรือ checkout) วัด ROI ให้ชัดก่อน ขยาย
  3. วางแผน Mixed Fleet ตั้งแต่แรก ถ้ามี delivery robot เดิมอยู่แล้ว XMAN เพิ่มเป็น coordinator ไม่ต้องเปลี่ยนทั้งระบบ

หากต้องการประเมินว่าหุ่นยนต์บริการเหมาะกับธุรกิจคุณหรือไม่ ลองใช้เครื่องคำนวณ ROI ของเราเพื่อดูตัวเลขเบื้องต้น หรือติดต่อเราโดยตรง เพื่อปรึกษากรณีเฉพาะของธุรกิจคุณ

FAQ ที่เกี่ยวข้อง

KOM 3.0 ต่างจาก KOM 2.0 ยังไง และ upgrade ได้โดยไม่ต้องซื้อหุ่นยนต์ใหม่หรือไม่?

KOM 2.0 ใช้ระบบ K-Mind + K-Act + ProS ควบคุมการรับรู้และเคลื่อนไหวตามสคริปต์ที่เทรนไว้ล่วงหน้า KOM 3.0 เพิ่ม latent space model ที่ซิมมูเลตผลลัพธ์ก่อนลงมือทำ ลดอัตราผิดพลาดเมื่อเจองานนอก script Keenon วางแผน OTA update ดังนั้นหุ่นยนต์รุ่นเดิมที่ซื้อไปแล้วจะได้รับ KOM 3.0 ผ่านการอัปเดตซอฟต์แวร์โดยไม่ต้องเปลี่ยนฮาร์ดแวร์ — แนะนำยืนยันกับตัวแทนจำหน่าย V-Winner Energy ก่อนตัดสินใจซื้อ

หุ่นยนต์ XMAN ราคาเท่าไหร่ในตลาดไทย และ ROI กี่เดือน?

Keenon ยังไม่ประกาศราคา XMAN อย่างเป็นทางการสำหรับไทย ประมาณการจาก positioning ตลาดโลกใกล้เคียง Unitree H1 (USD 16,500) อยู่ที่ ~USD 15,000–25,000 (ราว ฿525,000–875,000 ก่อนภาษีนำเข้า) สูงกว่า T6/W3 delivery robot ที่ ~฿200,000–350,000 ด้วยความสามารถ multi-scenario ROI คาดที่ 18–30 เดือนสำหรับโรงแรม 100+ ห้องที่ใช้แทนพนักงาน part-time ค่าแรง ฿400/วัน

Mixed Fleet ที่ KOM 3.0 นำมาใช้คืออะไร โรงแรมไทยจะได้ประโยชน์ยังไง?

Mixed Fleet ใน KOM 3.0 หมายถึง XMAN humanoid ทำหน้าที่เป็นหัวหน้างานประสานระหว่างหุ่นยนต์เฉพาะทาง เช่น XMAN รับออร์เดอร์จากแขกแล้วมอบหมายให้ W3 delivery robot ส่งห้อง ขณะที่ตัวเองดูแล lobby คุยกับแขก โรงแรม 4–5 ดาวในกรุงเทพฯ สามารถ deploy ทีม 1 XMAN + 3–4 delivery robot ครอบคลุมงาน check-in สอบถาม ส่งสัมภาระ และ room delivery

ธุรกิจไทยประเภทไหนที่ควรเริ่ม pilot XMAN + KOM 3.0 ก่อนใน 2026–2027?

เหมาะที่สุดสำหรับ (1) โรงแรม 4–5 ดาวในกรุงเทพ-พัทยา-ภูเก็ตที่ต้องการ tech experience ดึงแขกต่างชาติ (2) ร้านอาหาร premium chain 20+ สาขาที่มีงบ CAPEX ต่อสาขา 500,000–1,500,000 บาท (3) ห้างสรรพสินค้าหรือ pharmacy chain ที่ต้องการ assisted checkout ช่วง peak โดย pilot 3–6 เดือนก่อน roll out เต็มรูปแบบ

แบรนด์ที่กล่าวถึงในบทความ

บทความที่เกี่ยวข้อง