ข้ามไปที่เนื้อหา
Youshouldautomatethat youshouldautomatethat
Unitree G1 humanoid robot (real product photo)
news

AgiBot แซง Unitree สู่อันดับ 1 โลก H1 2026: ฮิวแมนนอยด์จีน 97% ผลต่อไทย

SAG Research เผย H1 2026 ส่งมอบฮิวแมนนอยด์ 19,100 ยูนิต โต 272% AgiBot ครอง 44% แซง Unitree 31% จีนกวาด 97% — ผู้ซื้อและนักลงทุนไทยต้องรู้อะไรในปี 2026

โดย Pongsiri Trivittayasil · ·8 นาที
#humanoid#agibot#unitree#market-share#china-robotics#thailand

TL;DR — รายงาน SAG Robotics 360 ที่เผยแพร่ 10 สิงหาคม 2026 เปิดเผยว่าตลาดโลกส่งมอบหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ 19,100 ยูนิต ใน H1 2026 เพิ่มขึ้น 272% YoY จาก 5,100 ยูนิตใน H1 2025 AgiBot ครองส่วนแบ่ง 44% แซง Unitree ที่ 30.9% ขณะที่ผู้ผลิตจีนรวมกันคิดเป็น 97% ของ shipment ทั่วโลก — ตัวเลขเหล่านี้มีนัยสำคัญโดยตรงต่อผู้ซื้อและนักลงทุนในไทย

ทำไมข้อมูล H1 2026 ถึงสำคัญสำหรับผู้ซื้อหุ่นยนต์ไทย

ในแวดวงหุ่นยนต์ ตัวเลข shipment เป็นตัวชี้วัดที่น่าเชื่อถือกว่า prototype showcase หรือ press release บริษัทที่ผลิตได้จริงในปริมาณมากหมายถึง:

  1. ซัพพลายเชนที่สม่ำเสมอ — ลดความเสี่ยงการ backorder
  2. Unit cost ที่กำลังลดลง — การผลิตปริมาณสูงช่วยกดต้นทุนต่อยูนิต
  3. Field data มากขึ้น — แบรนด์ที่มียูนิตในสนามจริงจำนวนมากพัฒนา AI model ได้เร็วกว่า
  4. Ecosystem ของ integrator — ยิ่งมียูนิตมากยิ่งมีช่างที่มีประสบการณ์ในตลาด

สำหรับไทย ทั้ง AgiBot (ผ่านพันธมิตร VST ECS) และ Unitree มีเครือข่ายจำหน่ายในภูมิภาค SEA อยู่แล้ว ข้อมูล H1 2026 จึงช่วยตอบคำถามที่โรงงานและโรงแรมไทยถามบ่อย: “แบรนด์ไหน ‘จริง’ มากกว่ากัน?”

ตัวเลขจริง: 19,100 ยูนิตใน 6 เดือน — ตลาดโตเร็วแค่ไหน

Smart Analytics Global (SAG) รายงาน SAG Robotics 360 ฉบับ H1 2026 (เผยแพร่ 10 สิงหาคม 2026):

ตัวชี้วัด H1 2025 H1 2026 เติบโต
shipment รวมทั่วโลก 5,100 ยูนิต 19,100 ยูนิต +272%
AgiBot ส่วนแบ่ง 44% (~8,400 ยูนิต)
Unitree ส่วนแบ่ง 30.9% (~5,900 ยูนิต)
ผู้ผลิตจีนรวม 97%
ผู้ผลิตตะวันตกรวม ~3% (~600 ยูนิต)

ตัวเลขที่น่าสะดุดใจคืออัตราการเติบโต 272% ใน 12 เดือน หมายความว่าตลาดนี้กำลังเดินตาม trajectory ที่ใกล้เคียงกับตลาด EV ในช่วง 2019–2021 ซึ่งใครเข้าเร็วกว่ามักได้เปรียบด้านราคา

สำหรับไทย หากอัตราเติบโตแม้เพียงครึ่งหนึ่งของ H1 2026 ยังคงอยู่ใน H2 — ตลาดโลกทั้งปี 2026 อาจแตะ 35,000–40,000 ยูนิต ซึ่งจะทำให้ต้นทุนต่อยูนิตลดลงต่อเนื่อง TrendForce คาดการณ์ไว้ตั้งแต่เมษายน 2026 ว่า AgiBot + Unitree จะครอง ~80% ของตลาดตลอดปี ตัวเลขจริงใน H1 ยืนยันทิศทางนั้น

AgiBot ครอง 44%: เส้นทางสู่อันดับ 1 ที่ไม่ได้เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน

AgiBot ก่อตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ 2023 และใช้เวลาเพียง 3 ปีเศษกว่าจะขึ้นเป็นผู้ส่ง shipment ฮิวแมนนอยด์สูงสุดในโลก กลยุทธ์หลักที่ทำให้ได้ผล:

โฟกัสที่ตลาดอุตสาหกรรมก่อน: AgiBot เลือก G2 (wheeled humanoid สำหรับสายการผลิต) เป็น flagship แทนที่จะทุ่มทรัพยากรกับ bipedal robot ที่ยังยากต่อการ deploy ในสภาพแวดล้อมจริง G2 สามารถ integrate เข้ากับสายการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ใน 36 ชั่วโมง (ตามข้อมูลการ deploy จริงที่ Longcheer Technology) ซึ่งลด adoption barrier อย่างมาก

ผลิตในจีนด้วย scale: ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึง G2 ยูนิตที่ 15,000 ในเดือนมิถุนายน 2026 AgiBot เร่งอัตราการผลิตต่อเนื่อง ทำให้ unit cost ลดลงและ delivery time สั้นลง

ขยาย APAC อย่างจริงจัง: APC 2026 Thailand ที่กรุงเทพฯ เมื่อ 25 มิถุนายน 2026 ร่วมกับ VST ECS (Thailand) เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของการสร้าง local ecosystem ก่อนที่คู่แข่งจะมาถึง AgiBot ยังมีแผน pilot ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิร่วมกับ SKY ICT / Metthier

ความสำเร็จของ AgiBot ยัง ได้รับการยืนยันจาก South China Morning Post และ Semafor ในฐานะ “การพลิกอำนาจ” ในตลาดฮิวแมนนอยด์โลก

Unitree 30.9%: แพ้ใน Volume แต่ยังแกร่งในมิติอื่น

Unitree ยังคงเป็นแบรนด์ที่มีจุดแข็งชัดเจน แม้จะเสีย pole position ด้าน shipment ไปแล้ว:

ราคาต่อยูนิตต่ำที่สุดในตลาด: G1 ที่ประมาณ ฿430,000–460,000 และ H2 ที่ประมาณ ฿1,000,000 ยังเป็นหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่ entry cost ต่ำที่สุดในคลาสนั้นๆ สำหรับผู้ซื้อไทยที่ต้องการ pilot โดยไม่ใช้งบสูง

ชุมชน developer กว้าง: Unitree SDK มีนักพัฒนาทั่วโลกมากกว่า AgiBot ทำให้ custom application พัฒนาได้เร็วกว่าถ้ามีทีม engineering ในบ้าน

ยอด IPO 8,000 เท่า: การที่ Unitree ขายหุ้นบน STAR Market ราคา 150.8 หยวน/หุ้น (มูลค่ารวม ~$9B) และมีผู้จองเกินถึง 8,000 เท่า บอกว่านักลงทุนสถาบันยังเชื่อมั่นใน Unitree อย่างแรงกล้า เงิน IPO ที่ระดมได้ ~$904 ล้านจะนำไปลงทุน R&D และ global expansion ซึ่งดีต่อ ecosystem ระยะยาว

ข้อจำกัดสำหรับตลาดไทย: FCC สหรัฐ ประกาศห้าม import Unitree รุ่นใหม่เข้าอเมริกา (28 ก.ค. 2026) โดยอ้างช่องโหว่ด้าน cybersecurity ซึ่งไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการซื้อในเอเชีย แต่ผู้ซื้อไทยที่วางแผนใช้ Unitree ในสถานที่ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวของข้อมูล (โรงพยาบาล, logistics ที่มีสัญญา government) ควรศึกษา data policy เพิ่มเติม

จีน 97% ของตลาดโลก — แบรนด์ตะวันตกหายไปไหน?

97% ฟังดูเหลือเชื่อ แต่มีคำอธิบายที่ชัดเจน ตามรายงาน TechRepublic:

ช่องว่างด้านราคา: Figure 03 ของ Figure AI วางราคาในระดับ $300,000+ ต่อยูนิต (ประมาณ ฿10.5 ล้าน) และ Boston Dynamics Atlas ยัง “fully committed” ทั้งหมดสำหรับปี 2026 ไม่มีการขายปลีกทั่วไป ช่องว่างราคาระหว่างจีนกับตะวันตกยังอยู่ที่ 10–20 เท่า

โฟกัสตลาดต่าง: Western makers เน้น R&D, automotive, และ high-value logistics ที่จ่ายราคาสูงได้ ไม่ได้แข่งใน mass volume ปัจจุบัน

ผล: ใน 19,100 ยูนิตของ H1 2026 แบรนด์ตะวันตกทั้งหมดรวมกันส่งมอบ ประมาณ 600 ยูนิต (3%) ซึ่งยังอยู่ในระดับ enterprise pilot ไม่ใช่ commercial scale

สำหรับไทย ความหมายคือ: ถ้าผู้ซื้อไทยต้องการหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ที่ส่งมอบได้จริงใน 2026 ในราคา ฿500,000–5,000,000 ทางเลือกที่ practical คือ AgiBot และ Unitree เท่านั้น

ผลต่อราคาในไทย: ยิ่งผลิตมาก ยิ่งถูกลง

อัตราการเติบโต 272% YoY หมายความว่าผู้ผลิตชั้นนำกำลังเดิน learning curve ลงอย่างรวดเร็ว เปรียบเทียบกับเส้นทาง EV battery:

  • 2020: EV battery ~$137/kWh
  • 2023: ~$139/kWh (หยุดนิ่งชั่วคราว)
  • 2026: ~$87/kWh (ลดต่อเนื่อง)

ฮิวแมนนอยด์กำลังเดินเส้นทางคล้ายกัน SemiAnalysis วิเคราะห์ว่า Unitree G1 มีต้นทุนการผลิตประมาณ ฿314,000 ในปี 2025 ซึ่งกำลังลดลงต่อเนื่องเมื่อ volume เพิ่มขึ้น

นัยสำหรับผู้ซื้อไทยที่กำลังตัดสินใจ:

  • ถ้า pilot ใน H2 2026 หรือ Q1 2027 อาจได้ราคาดีกว่า H1 2026
  • แต่การรอนานเกินไปทำให้คู่แข่งที่ pilot ไปก่อนมีข้อมูล/ประสบการณ์มากกว่า
  • โมเดล RaaS ผ่าน VST ECS ช่วยลด upfront cost โดยไม่ต้องรอราคาตก

AgiBot ก้าวสู่ IPO ฮ่องกง — สัญญาณ Funding รอบใหม่

นอกจาก Unitree ที่กำลัง IPO บน STAR Market แล้ว AgiBot ก็กำลังเตรียมการ IPO ที่ฮ่องกง เป็นลำดับถัดไป การที่บริษัทผู้นำตลาด (44% market share) เตรียม list ในตลาดสาธารณะบ่งบอกว่า:

  1. AgiBot มีความมั่นใจในตัวเลขรายได้และ unit economics ที่แสดงต่อนักลงทุน
  2. เงินทุนจาก IPO จะช่วยเร่งการขยายตลาดนอกจีน รวมถึง SEA
  3. สำหรับไทย หาก AgiBot list สำเร็จ นักลงทุนไทยที่ถือหุ้นผ่าน channel ฮ่องกงจะสามารถร่วมในการเติบโตของแบรนด์ได้

คำแนะนำปฏิบัติสำหรับผู้ซื้อไทยในช่วงนี้

เมื่อทราบว่าตลาดกำลัง accelerate อย่างรุนแรง ผู้ซื้อไทยควรตัดสินใจบนพื้นฐานข้อมูลจริง ไม่ใช่ข้อมูลปี 2025:

ถ้าคุณเป็นโรงงานอุตสาหกรรม (อิเล็กทรอนิกส์, auto parts, FMCG):

  • พิจารณา AgiBot G2 ก่อน เพราะมี deployment record ที่ verified (Longcheer, 36 ชม., 99.9% success rate) และ VST ECS Thailand ให้ local support
  • ขอ ROI assessment จาก VST ECS ก่อนตัดสินใจ ดูว่า pilot 3–6 เดือนจะ breakeven ที่ค่าแรงระดับไหน

ถ้าคุณเป็น research lab หรือมหาวิทยาลัย:

  • Unitree G1 (฿430,000–460,000) หรือ H2 (฿1,000,000) ยังเป็น entry point ที่ดีที่สุด
  • ชุมชน developer และ SDK open ช่วยให้ทดลองได้หลาย application โดยไม่ต้องพึ่ง vendor

ถ้าคุณเป็นโรงแรมหรือ service venue:

  • ฮิวแมนนอยด์สำหรับ service ยังอยู่ใน early pilot stage สำหรับไทย
  • พิจารณา service robot เฉพาะทาง (Pudu, Keenon) ก่อน แล้วค่อย upgrade เป็น mixed fleet (humanoid + service robot) เมื่อ use case ชัดขึ้น

ติดต่อขอคำปรึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การเลือกหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์สำหรับไทย ได้เลย


สรุป: ตลาดฮิวแมนนอยด์ไม่ใช่ตลาดอีกต่อไป — มันคือ mainstream แล้ว

19,100 ยูนิตใน 6 เดือน หมายความว่า เฉลี่ย 3,183 ยูนิตต่อเดือน หรือ 106 ยูนิตต่อวัน ทั่วโลก นี่ไม่ใช่ตลาด niche อีกต่อไป

สำหรับไทย ข่าว AgiBot แซง Unitree ไม่ใช่แค่เรื่องการแข่งขันระหว่างสองแบรนด์ แต่เป็นสัญญาณว่า:

  • Supply chain ของทั้งสองแบรนด์แข็งแกร่งพอสำหรับผู้ซื้อที่จริงจัง
  • ราคากำลังเดินทางลงอย่างต่อเนื่อง
  • ผู้ที่ pilot ใน 2026 จะได้เปรียบด้านประสบการณ์เหนือคู่แข่งใน 2027–2028

ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ฮิวแมนนอยด์สำหรับตลาดไทย และดูโปรไฟล์แบรนด์ AgiBot กับ Unitree สำหรับข้อมูลเปรียบเทียบ

FAQ ที่เกี่ยวข้อง

AgiBot ขึ้นอันดับ 1 ได้อย่างไรใน H1 2026 และแซง Unitree ได้จริงหรือ?

ข้อมูลจาก Smart Analytics Global (SAG) ซึ่งเผยแพร่ 10 สิงหาคม 2026 ยืนยันว่า AgiBot ส่งมอบหุ่นยนต์คิดเป็น 44% ของ shipment ทั่วโลกใน H1 2026 เทียบกับ Unitree ที่ 30.9% ปัจจัยหลักคือ AgiBot เร่งสายการผลิต G2 สำหรับตลาดอุตสาหกรรมในจีนจนผลิตได้ 15,000 ยูนิตสะสมภายในมิถุนายน 2026 ขณะที่ Unitree เน้นตลาด research และ global ที่กว้างกว่าแต่ volume ต่ำกว่า

จีนครอง 97% หมายความว่า Figure AI กับ Boston Dynamics 'แพ้' หรือไม่?

ไม่ใช่การแพ้ทางเทคนิค แต่แพ้ในแง่ volume และ price point ใน H1 2026 แบรนด์ตะวันตกทั้งหมดรวมกันส่งมอบเพียง ~3% หรือประมาณ 600 ยูนิต Figure 03 อยู่ในการผลิตที่ 1 ตัว/ชั่วโมงแต่ส่วนใหญ่ขายให้ BMW และ logistics รายใหญ่ที่ราคา 300,000+ USD Boston Dynamics Atlas ก็ fully committed สำหรับ 2026 ทั้งหมด ช่องว่างราคาจีนกับตะวันตกยังอยู่ที่ 10–20 เท่า ทำให้ volume จีนสูงเป็นเรื่องปกติ

Unitree IPO 8,000 เท่า (oversubscribed) บอกอะไรกับตลาดฮิวแมนนอยด์ไทย?

การที่ IPO Unitree บน STAR Market ราคาหุ้น 150.8 หยวน/หุ้น (มูลค่า $9B) ได้รับจองเกินถึง 8,000 เท่า บอกว่านักลงทุนสถาบันทั่วโลกเชื่อว่าตลาดฮิวแมนนอยด์จะใหญ่มาก สำหรับไทย นัยคือ Unitree จะมีเงินทุนเพิ่มเติมสำหรับ R&D, หลัง-การขาย และการขยาย channel ใน SEA ซึ่งดีต่อผู้ซื้อไทยที่กังวลเรื่อง long-term support

ผู้ซื้อไทยควรเลือก AgiBot หรือ Unitree สำหรับ pilot 2026?

ขึ้นอยู่กับ use case AgiBot G2 (ผ่าน VST ECS Thailand) เหมาะกับงาน industrial precision บนสายการผลิต มี local support ตั้งแต่ demo ถึง RaaS และมี deployment record ที่ Longcheer (36 ชั่วโมง) ส่วน Unitree G1 (~฿430,000–460,000) เหมาะกับ research lab หรือ logistics pilot ที่ต้องการ entry cost ต่ำและชุมชน developer กว้าง ถ้าต้องการผลิตจริงเลือก AgiBot ถ้าต้องการ explore และ customize เลือก Unitree

แบรนด์ที่กล่าวถึงในบทความ

บทความที่เกี่ยวข้อง